Category Archives: Backpack

แบกเป้ เที่ยวธรรมชาติ

เข้าหน้าฝนแล้ว

เข้าหน้าฝนแล้ว

ปีนี้ 2557 หน้าฝนมาไวกว่าปรกติ จากการติดตามข่าวพยากรณ์มาซักระยะ
พบว่า เดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียวมีพายุเกิดขึ้น 2 – 3 ลูกแต่เข้าใกล้
ไทยแค่ 1 ลูก ก็ถือว่าเยอะพอสมควรเลย เพราะโดยปรกติแล้วเดือนนี้จะไม่
ค่อยมีพายุเท่าไหร่ ฝนตกบ้างประปรายจะตกหนักจริงๆก็หลังวันแม่โน้นแหละ
สิงหา กันยา ตุลา 3 เดือนแห่งฤดูฝน ใครชอบก็ชอบไป แต่ผมไม่ค่อยชอบซัก
เท่าไหร่ ต้องรออีกทีก็เดือนพฤศจิโน้นแหละ ถึงจะออกเที่ยวได้ หน้าฝนเที่ยว
ยังไงก็ไม่สนุกเหมือนหน้าหนาว จริงไหม …

ใช้เป้ไซต์ไหนดี ?

ใช้เป้ไซต์ไหนดี ?

Backpack Thailand

เรื่องขนาดของเป้ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญของชาว Backpack มือใหม่ ..
โดยเฉพาะในครั้งแรกๆของการเที่ยวเรามักไม่รู้ว่าต้องซื้อเป้ขนาดไหนดี ?
ต้องซื้อขนาดกี่ลิตร ? ถึงจะเพียงพอต่อการไปเที่ยวในทริปนั้นๆ วันนี้ผมมีคำ
แนะนำมาฝากสำหรับคนที่จะซื้อเป้ไว้สำหรับ Backpack ครับ

คำแนะนำของผมเบื้องต้นคือให้ดูจำนวนวันที่ไปเที่ยวครับ ผมจะแบ่งคร่าวๆ
ได้ประมาณ 4 แบบนะ

1.เที่ยวแบบ เช้าไปเย็นกลับ – เที่ยวแบบนี้เอาเป้แบบสะพายข้างไปก็ได้นะ
ขนาดเป้ ประมาณ 10 – 12 ลิตรก็อยู่ครับ ส่วนใหญ่เที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ
เราจะไปไม่ไกลจากบ้านนะ ไม่เกิน 200 กิโลเมตร เอาไปแค่ไว้ใส่กล้อง ใส่ร่ม
ใส่ขนม หรือ อาหารเล็กๆน้อยๆ เป้แบบนี้ราคาไม่แพงครับ ส่วนใหญ่พันเศษๆ
ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกแบบกันน้ำด้วยจะดีกว่า อาจจะแพงกว่าทั่วไปแต่ก็ช่วยได้
เยอะเวลาที่ฝนตก

2.เที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน – การเที่ยวแบบนี้ส่วนใหญ่เป็นการเที่ยวแบบไม่ไกล
บ้านซักเท่าไหร่ครับ เช่น จาก กทม ไป ระยอง หรือ กทม ไป ชลบุรี เที่ยวแบบนี้
ผมแนะนำขนาดเป้ 15 – 20 ลิตรครับ ของใช้หลักๆก็เสื้อผ้า 1 – 2 ชุด ของใช้
ส่วนตัวนิดหน่อย กล้อง ขนม จิปาถะ แนะนำเป็นเป้สะพายหลังจะดีกว่าเป้แบบ
สะพายข้าง เป้ขนาดนี้ราคามาตรฐานอยู่ที่ 1800 – 2500 บาทแล้วแต่รุ่นยี่ห้อ

3.เที่ยวแบบ 3 วัน 2 คืน – การเที่ยวแบบนี้ยอดฮิตครับ ส่วนใหญ่คนโดยทั่วไป
ก็จะเที่ยวแบบนี้ซะมาก โดยเฉพาะมนุษย์ออฟฟิตจะเที่ยวแบบนี้มาก เดินทาง
วันศุกร์ กลับ วันอาทิตย์เจอบ่อยมาก ขนาดเป้ที่แนะนำคือ 25 – 30 ลิตรครับ
ผู้หญิงแนะนำเริ่มที่ 25 ลิตร ผู้ชายแนะนำเริ่มต้นที่ 30 ลิตร นอกจากเสื้อผ้าที่
ใช้ใส่แล้วต้องเผื่อพวกอุปกรณ์อื่นๆด้วย เช่นเสื้อกันหนาวด้วยนะครับ จำพวก
ของใช้ส่วนตัว ผ้าขนหนูผืนเล็กๆ น้ำดื่ม พกติดเป้ไว้ไม่เสียหายครับ เริ่มที่ 30
กำลังดีเลย ราคามีตั้งแต่ 2500 ไปจนถึง 5000 บาทเลยครับ

4.เที่ยวมากกว่า 4 วันขึ้นไป – ประเภทนี้ส่วนใหญ่เที่ยวนานครับ จะเรียกว่าเที่ยว
เป็นอาชีพก็ว่าได้เพราะงั้นไม่ต้องแนะนำอะไรมากเลย 35 ลิตรขึ้นไปเท่านั้น
นอกจากเสื้อผ้าแล้ว อาจจะต้องพกอุปกรณ์ทำครัว เต๊นท์ อุปกรณ์ปีนเขาไปด้วย
ส่วนใหญ่เริ่มที่ 40 ลิตรนะ ราคาส่วนใหญ่เริ่มที่ 5000 บาท แล้วก็จะแพงขึ้นไป
เรื่อยๆตามความจุและออพชั่นที่เพิ่มเข้ามาครับ

จะเดินทางด้วยรถไฟดีไหม ?

จะเดินทางด้วยรถไฟดีไหม ?

รถไฟไทย

คนไทยส่วนใหญ่เมื่อต้องการเดินทางไปไหนไกลๆ ก็มักจะนึกถึงความรวดเร็ว
มากกว่าความสะดวกสบายเป็นหลัก คือไม่สนว่า แพงหรือถูก แต่ขอให้ถึงที่หมาย
ไวๆ ก็เป็นอันว่าใช้ได้แล้วยกตัวอย่างเช่น จะไปเชียงใหม่,หาดใหญ่ คนส่วนใหญ่
มักจะนึกถึงเครื่องบินโลวคอสมาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยนั่งรถทัวร์อันดับสอง
และ สุดท้ายคือรถไฟอันดับสาม คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงรถไฟเป็นอันดับท้ายๆ
ซึ่งสาเหตุก็ไม่ใช่อะไรหรอก คือ ช้า และ เสียเวลา ในขณะที่ราคานั้นก็แพงพอๆ
กับการนั่งรถทัวร์ ป.1 เลยทีเดียว แต่รถไฟก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ข้อเสียนะ ข้อดีก็พอ
มีอยู่บ้าง หลักๆที่ผมคิดว่าเป็นข้อดีนะ คือ

1.มันปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่เกิดอุบัติเหตุนะ แต่ความหมายคือ
เมื่อรถไฟเกิดอุบัติเหตุขึ้น มันปลอดภัยกว่ารถทัวร์และเครื่องบินเท่านั้นเองหรือ
จะพูดง่ายๆว่าคุณมีโอกาสรอดมากกว่านั้นเอง

2.มันราคาถูก รถไฟนั้นไม่ได้มีแต่รถนอนนะครับ รถนั่งชั้น 3 ก็มีรวมถึงพวกรถ
ชานเมือง รถท้องถิ่นก็มี ซึ่งราคาค่าโดยสารของรถพวกนี้ราคาถูกมากเลยครับ
ยกตัวอย่างเช่น ขบวน 407 วิ่งจากนครสวรรค์ ไปเชียงใหม่ ระยะทาง 500 กิโล
แต่ราคาค่าโดยสารเพียงแค่ 85 บาทเท่านั้นเอง ถือว่าราคาถูกมาก

3.วิวข้างทางสวย เชื่อผมไหมว่าวิวข้างทางรถไฟหลายๆที่นั้นสวยพอๆกับการได้ไป
เที่ยวในอุทยานแห่งชาติเลยทีเดียว เช่น รถสายอีสานใต้จะผ่านเขื่อนลำตะคองเวลา
นั่งไปอุบลตอนปลายฝนต้นหนาวจะเห็นหมอกสวยมากๆเลยทีเดียว หรือจะเป็นทาง
สายเหนือก็จะผ่านแก่งหลวงช่วงหน้าฝนน้ำไหลแรงสวยอีกเหมือนกัน

ทั้งหมด 3 ข้อที่ว่ามานี้มันเป็นข้อดีที่ผมมองเห็นนะใครจะมองว่ามันตลกก็ไม่เป็นไร
แต่ผมคิดว่าถ้าผมจะไปที่ไหนไกลๆ แล้วมีรถไฟผ่านที่นั้นแล้วผมไม่รีบ ผมจะมองที่
รถไฟไว้ก่อนนะ เป็นตัวเลือกแรกๆเลยแหละ