Category Archives: Backpack

แบกเป้ เที่ยวธรรมชาติ

อาบน้ำที่หมอชิต

อาบน้ำที่หมอชิต

เมื่อคุณเริ่มออกเดินทางไปไหนต่อไหนในไทย บางครั้งความสะดวกสบายมันก็ไม่ได้มีอยู่
ในทุกๆที่หรอก มันต้องเจอความลำบาก ความไม่พร้อมบ้างแหละ เรื่องห้องน้ำ การอาบน้ำ
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราต้องเจอในไทย โดยเฉพาะเวลาต้องไปรอรถ หรือ ไปต่อรถ คนส่วน
ใหญ่มักจะไม่ได้คิดถึงเรื่องห้องน้ำ รวมถึงการมาอาบน้ำที่สถานีขนส่ง แต่ตัวผมเองจะต่าง
จากคนทั่วไปครับ คือถ้าต้องไปต่อรถที่ไหนโดยเฉพาะที่หมอชิต ผมมักจะมาอาบน้ำที่นี่จะ
ไม่ไปเช่าโรงแรมเพื่ออาบน้ำแต่งตัวให้เปลืองเงินหรอก ส่วนนึงก็เพราะว่าอาบที่หมอชิตมัน
ประหยัดกว่า แล้วมันก็ไม่ได้สกปรกอะไรมากมาย ส่วนใหญ่คนเดินทางมักจะไม่ได้เลอะ
อะไรมากมายหรอกครับ อย่างมากก็เหงื่อไคลธรรมดา อาบน้ำล้างหน้านิดหน่อยก็หอมฟุ้ง
แล้วแหละ ถ้าไปเปิดห้องเพื่ออาบน้ำ ผมคิดว่ามันแพงไปนะอย่างต่ำๆต้องมี 3 – 400 บาท
เงินจำนวนนี้ผมว่ามันเอาไปทำไรได้เยอะนะ ถ้าคุณกินข้าวมื้อละ 100 บาท เงิน 400 บาท
ก็ให้คุณกินข้าวได้ถึง 4 มื้อเลยทีเดียว กับเงินที่อาบน้ำครั้งละ 20 บาทจะที่หมอชิต หรือที่
หัวลำโพง ก็ราคาประมาณนี้ ราคาถูกกว่ากาแฟสด 1 แก้วเสียอีก เพราะงั้นครั้งหน้าถ้าใคร
ไปเที่ยวแล้วต้องไปต่อรถที่หมอชิตผมแนะนำให้ไปลองอาบน้ำดูครับ ห้องอาบน้ำจะอยู่ด้าน
หน้าหมอชิต ไม่ได้อยู่ในอาคารรอรถโดยสารนะครับ จะอยู่ติดๆกับเซเว่นด้านหน้าข้างๆก็จะ
มีวินมอเตอร์ไซต์ ไปไม่ถูกก็ลองถามๆคนแถวนั้นดูได้ครับ ครั้งแรกที่ผมไปอาบก็หาไม่เจอ
เหมือนกันเดินหาตั้งนาน อยู่ใกล้ๆกับที่รอรถเมล์ครับ ไปอาบเช้าๆ กับบ่ายๆ คนไม่เยอะ
แต่ตอนบ่ายไปอาบออกมาจะร้อนหน่อยนะครับ แนะนำอาบช่วงซัก 6 โมงกำลังดี ยอมต่อคิว
ซักหน่อย อาบเสร็จเข้ามารอในอาคารผู้โดยสารเย็นๆ สดชื่นสุดๆ

ฟิตร่างกายก่อนไปภูกระดึง

ฟิตร่างกายก่อนไปภูกระดึง

ภูกระดึง , Phu Kra Dung

ก่อนจะไปภูกระดึงทุกครั้งผมจะฟิตร่างกายก่อนซัก 1 – 2 เดือนก่อนไปเดินขึ้นภู
เพราะถ้าไม่เตรียมร่างกายก่อนอย่างน้อยซัก 1 – 2 อาทิตย์ จะรู้เลยว่าเป็นเรื่อง
ลำบากมากในการเดินขึ้นภูกระดึง ใครที่ไม่เคยไปภูกระดึงคงจะงงว่าทำไมต้อง
ฟิตร่างกายก่อนไปด้วย ??? มันลำบากขนาดนั้นเลยหรอ ? ความเป็นจริงก็คือว่า
มันก็ไม่ได้ลำบากยากเย็นอะไรขนาดนั้นครับ เพียงแต่ถ้าคุณออกกำลังกายก่อน
ไปเที่ยวภูกระดึง มันทำให้คุณเที่ยวสนุกขึ้นก็เท่านั้นเอง ส่วนการออกกำลังกาย
นั้นก็ไม่มีอะไรมากครับ ผมจะไปเดิน + วิ่งเบาๆ วันละ 60 – 90 นาทีเฉพาะช่วง
เช้านะครับ ตอนเย็นรถติดผมกลับบ้านลำบากเลยไม่ไป ออกกำลังกายแบบนี้ซัก
1 – 2 อาทิตย์เป็นอย่างน้อยก่อนไปภูกระดึงจะทำให้คุณเที่ยวภูกระดึงสนุกขึ้นครับ

ภูกระดึง ซำแคร่ , Sam Krae

สถานที่เที่ยวบนภูกระดึงส่วนใหญ่จะอยู่ห่างกันค่อนข้างเยอะครับ อย่างต่ำๆเลยก็
1 – 200 เมตร ถ้าไกลมากๆบางที่ก็ 2 – 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว ลองนั่งคิดดูนะ
ถ้าเราเดินขึ้นภูกระดึง 5.5 กิโลเมตร แล้วต้องเดินไปที่พักอีก 3 กิโลเมตรกว่าจะ
ถึงที่พักรวมๆแล้วก็ 8.5 กิโลเมตร โดยเฉพาะช่วงจากซำแคร่มาที่ หลังแประยะ
ทาง 1.3 กิโลเมตร บอกได้เลยว่าชัน แล้วก็เหนื่อยสุดๆครับ ทางค่อนข้างจะชัน
แล้วก็มีแต่หิน ผมเจ็บเข่าตอนขึ้นก็ช่วงนี้แหละ ขนาดออกกำลังกายแล้วนะ พอไป
เดินขึ้นจริงๆยังไงก็เหนื่อยอยู่ดี แล้วถ้าคุณไม่ออกกำลังกายหละ ผมบอกได้เลยว่า
พอตื่นเช้าขึ้นมาอีกวัน คุณจะขยับขาแทบจะไม่ได้เลย มันเหมือนขาคุณมันโดน
หมุดตรึงเอาไว้ ขยับไปทางไหนก็เจ็บไปหมด

ถนนบนภูกระดึง

ขากลับตอนลงจากภูกระดึงขาคุณมันจะมีอาการเหมือนไม่มีแรง ยิ่งขาลงนั้นลำบาก
พอๆกับขาขึ้นเลยนะ อย่าไปคิดว่ามันจะสบาย ผมเคยกลิ้งลงมาแล้วทีนึง กลิ้งลงมา
เพราะขามันไม่มีแรงนี่แหละ แถมขาลงผมไม่ได้ใช้บริการลูกหาบด้วย แบกเป้ลง
มาด้วยตัวเอง พอจะถึงชำแฮก ขาผมเรียกว่าหมดแรงเลยทีเดียว ลงมาถึงด้านร่าง
ต้องพักประมาณ 30 นาทีกว่าจะไปอาบน้ำได้ ไม่ไหวมันเจ็บไปหมด แต่ก็ยังอยาก
ไปอยู่ดีฮ่าๆ ไม่รู้สิใจมันรักภูกระดึงไปแล้ว อิอิ

บขส. กับการ Backpack

บขส. กับการ Backpack

วันนี้มาคุยกันเรื่องของขนส่งมวลชนบ้านเราดีกว่าครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน บขส.นี่เอง
หรือที่เรารู้จักกันในนามด่วน 999 นั้นเอง เวลาผมเดินทางไปเที่ยวมักเลือกใช้บริการ
รถของ บขส. เป็นเจ้าแรกๆเสมอ หนึ่งในสาเหตุที่เลือก บขส. ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ
ทั้งเรื่อง ราคา + คุณภาพ นั้นก็น่าพอใจ ถ้าเทียบกับบริษัทรถทัวร์เจ้าอื่นๆที่ไม่ใช่เจ้า
ตลาดอย่าง สมบัติทัวร์ หรือ นครชัยแอร์ นั้นถือว่าดีกว่าหลายๆบริษัทที่ผมเคยนั่งมา
เสียอีก ราคาก็ไม่ได้แพงมาก รถสะอาดใช้ได้เลย แถมตรงเวลาเสียด้วย เส้นทางให้
บริการก็ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัด ทุกภาค เรียกได้ว่าไม่ต้องคิดมากเลยครับ

ผานกเค้า , pha nok khao

ถ้าใครเป็นพวกเที่ยวแบบ Backpack แล้วไม่เคยนั่ง บขส. ในความคิดผม ผมถือว่า
คุณไม่ใช่นักเที่ยวแบบแบกเป้ตัวจริงนะครับ ผมเที่ยวแบบ Backpack ครั้งแรกก็คือ
การไปภูกระดึงตัวคนเดียว โดยใช้บริการด่วน 999 ณ หมอชิตนี่แหละ ประมาณปลายๆ
ปี 2554 ปีที่น้ำท่วมนั้นแหละครับ ก่อนหน้านั้นบอกได้เลยว่าผมไม่เคยนั่งของ บขส.นะ
แต่พอได้มานั่งก็บอกได้เลยว่าดีกว่าที่คิดไว้ ตอนนั้นผมนั่งรถ ป.1 ไปลงที่ผานกเค้า
จำได้ว่าคนนั่งข้างๆผมเป็นคุณลุงคนนึง อายุ 40 กว่าปีน่าจะได้ ก็ลงที่ผานกเค้าเหมือน
กับผมนี่แหละ เลยสบายเลยไม่ต้องอะไรมาก เห็นลุงแกลุกลงจากรถเมื่อไหร่ ผมก็ลุกตาม
ก็จุดหมายเดียวกันนี่เนอะ ผมไปภูกระดึงมา 3 ครั้ง เวลาไปทุกครั้งจะนั่งรถของ บขส.
เที่ยวรถประจำผมเลยก็เที่ยว 3 ทุ่ม กว่าๆนี่แหละไปถึงผานกเค้าประมาณตี 5 ทำให้
มีเวลาล้างหน้าแปรงฟันที่ร้านเจกิม พอ 6 โมงก็นั่ง 2 แถวเข้าภูกระดึงแบบสบายๆ

จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวในไทยส่วนใหญ่รถของ บขส. จะไปถึงหมดแต่ก็มีบางที่
ที่รถของ บขส. เค้าไม่ไปนะครับเช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอนถ้าจะไปก็ต้องนั่งของสมบัติทัวร์
ถึงจะไปถึง อ. เมือง แม่ฮ่องสอนได้ ส่วนจังหวัดอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย เลย อุบล
ภูเก็ต พวกนี้รถ บขส. ไปถึงหมดครับ สบายใจได้