สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๐

ผ่านไปแล้วกับปี ๒๕๕๙ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ปี ๒๕๖๐ เวลาผ่านไปเร็วเสมอ แป็บๆก็แก่ขึ้นอีกปี
ผมเองอายุ 31 แล้วคงต้องคิดอะไรให้มากขึ้น ปีนี้ ๒๕๖๐ คงมีเรื่องให้ปวดหัวมากขึ้น ไหนจะ
เรื่องแฟน เรื่องบ้าน เรื่องอนาคต สารพัดเรื่อง คงได้มาบ่นในบล็อกบ่อยขึ้น เรื่องเที่ยวคงลดลง
เรื่องทำงานหาเงินคงต้องมาอันดับหนึ่ง แก่แล้วเริ่มกังวลเรื่องเงินแล้ว หวังว่าปีนี้คงจะมีเรื่องดีๆ
ทางการเงินเข้ามาบ้าง สำหรับปีนี้คงต้องใช้เงินเยอะ จะพยายามขยันขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่รุ้ว่า
จะไปได้ถึงขนาดไหนนะ ดูแล้วเหนื่อยแต่ก็ต้องสู้ทำไงได้เนอะ

HTTP Error Code หมายถึงอะไรบ้าง

HTTP Error Code หมายถึงอะไรบ้าง

HTTP Error 404

คุณเคยเข้าเว็บแล้วเจอ Error Code กันบ้างไหม ? แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ ?
ว่า Error Code ที่เห็นกันบ่อยๆ มันหมายความว่าอะไร วันนี้ผมจะมาบอกให้
ฟังกันครับ ลองดูกันว่าเพื่อนๆเจอกันบ่อย แล้วเข้าใจความหมายของมันไหม

400 – Bad Request
– เป็นข้อผิดพลาดที่ไม่สามารถแสดงผลตามที่ต้องการได้ ปัญหาเกิดจากการเรียก URL ไม่ถูกต้องครับ
401 – Unauthorized
– ไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมชม Website ด้วย User – Anonymous
403 – Forbidden or Connection refused by host
– Error อันนี้คือ Server ไม่อนุญาตให้เราเข้าชม Website เนื่องจากผู้ใช้ไม่ได้รับอนุญาต (กรอก User
หรือ Pass ผิดนั้นเอง)
404 – Not Found or Object Not Found
– Error อันนี้เจอบ่อยมาก WebSite หรือ Server ไม่พบไฟล์ที่เรียกหา
500 Internal Server Error
– อันนี้เคยเจอเวลา Host ที่ใช้อยู่อับเดตแล้วมีข้อผิดพลาด พอเข้าเว็บอีกทีเจอ Error ซะแล้ว เป็นการแสดง
ความผิดพลาดแบบทั่วไป ใช้เมื่อไม่มีข้อความเฉพาะที่เหมาะสมในการแจ้งสาเหตุ พูดง่ายๆคุณไม่ใช่ต้นเหตุเป็นที่ Host นั้นเอง
502 – Bad Gateway
– อันนี้เป็นเรื่องของเครือข่ายครับ อาจจะเป็นปัญหาที่เกตเวย์หรือพร็อกซี
503 – Service Unavailable
– มีหลายสาเหตุ เช่น ISP เราอาจจะมีปัญหา หรือไม่ก็ Website ที่เข้าชมมีปัญหาล่มกระทันหัน เจอไม่บ่อยครับ

แชร์ทริปก็ไม่เลว

แชร์ทริปก็ไม่เลว

แชร์ทริป

คุณเคยมีความรู้สึกแบบนี้ไหม แบบว่าเวลาที่คุณไปเที่ยวไหนแล้วอยากจะประหยัดเงินในกระเป๋า
เช่น อยากประหยัดค่ารถ ประหยัดค่าเดินทาง ค่าที่พัก อารมณ์แบบว่าเสียดายตังอยากเอาตังไปทำ
อย่างอื่นมากกว่าที่จะต้องมาจ่ายค่าอะไรพวกนี้คนเดียวอะ ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเที่ยวแล้วมีอารมณ์แบบ
นี้ขึ้นมาในหัวหละก็ ผมแนะนำว่าให้คุณเริ่มหาเพื่อนแชร์ค่าทริปได้แล้วครับ สมัยก่อนเวลาผมไปไหน
ก็มักจะไปคนเดียว หรืออย่างมากก็ไปกับแฟน 2 คนแค่นั้น ทำให้เวลาต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่าที่พัก
มันก็เสียเยอะอยุ่นะ ซึ่งช่วงหลังผมมีความรู้สึกว่าถึงแม้จะไปกันแค่ 2 คน แต่มันก็ยังแพงมากอยู่ดี
โดยเฉพาะพวกค่าเดินทางเวลาที่เราต้องเหมารถขึ้นดอย หรือ เหมาค่ารถไปเที่ยว ซึ่งวิธีแก้ปัญหา
ของผมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายพวกนี้ก็คือ เราก็หาคนหารเพิ่มสิ หาเพื่อนเพิ่มขึ้นซัก 1 – 2 คนจากที่เดิม
ต้องหาร 2 ก็จะกลายเป็นหาร 4 ถ้ามองในแง่ตัวเลขแบบคิดเป็นเปอร์เซ็นแล้ว จะถึอว่าเราประหยัด
เงินขึ้นได้ 50% เลยเชียวนะ

ลองยกตัวอย่างให้ดู เช่น ถ้าต้องการเหมารถขึ้นดอยอินทนนท์ ราคาจะอยู่ที่ 1600 บาท ถ้าไปกันเอง
2 คนก็อาจจะต้อง หาร 2 เหลือคนละ 800 แต่ถ้าเราหาเพื่อนร่วมเดินทางไปกับเราเพิ่มได้อีก 1-2
คน เราก็อาจจะจ่ายเพียงแค่ 800 บาทเท่านั้น !! กลายเป็นว่าหาร 4 แทนที่จะหาร 2 ประหยัดไปได้
800 บาท สามารถเอาเงินไปทำอย่างอื่นได้อีกเยอะเลยนะ 800 บาท สำหรับผมถือว่าเยอะนะครับ
หรือถ้าโชคดีได้เพื่อนร่วมทริปที่เคยไปสถานที่นั้นๆมาหลายครั้งแล้วก็ยิ่งดีใหญ่เลย ทำให้เราได้รู้
ข้อมูลเบื้องลึกที่เราไม่รู้มาก่อนเช่น ตรงนั้นตรงนี้อาจจะอันตรายต้องระวังหรือ ตรงนั้นตรงนี้สวยกว่า
น่าไปเดินถ่ายภาพมากกว่า แบบนี้ยิ่งถือว่าเจอโชคดีเลยนะ

ส่วนวิธีการหาเพื่อนแชร์ทริปผมก็แนะนำแบบนี้ครับ เราอาจจะไม่ต้องหาเพื่อนที่ไปกับเราทุกที่ก็ได้
เช่นอาจจะหาแค่เพื่อนแชร์ค่ารถที่ต้องเสียเงินมากๆ หรือ ต้องไปไกลๆ แบบนี้ผมว่าโอเคอยู่ มันคุ้ม
ที่จะหา คุ้มที่จะแชร์ร่วมกัน ตกลงกันก่อนขึ้นรถว่าจะจ่ายอะไรยังไงให้เรียบร้อยแล้วค่อยออกเดินทาง
ส่วนสถานที่หาเพื่อนแนวนี้ก็คงหนีไม่พ้นตามพวกเว็บบอร์ดท่องเที่ยวครับ ไม่ว่าจะ Pantip.com หรือ
เทร็คกิ้งไทย ลองเข้าไปดูครับ หรือจะในเฟสบุคก็ไม่เลวนะ ได้คุยกันก่อน หรือ ได้รู้จักกันสักนิดก่อน
เดินทางร่วมกัน จะทำให้บรรยากาศไม่เงียบตึงจนเกินไป ส่วนใครที่ยังไม่เคยลองแชร์ทริป จะเอาวิธี
ที่ผมแนะนำไปใช้ก็ได้นะครับ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว