เดือนแห่งฝน

เดือนแห่งฝน

ฝน ลำธาร

ช่วงปลายเดือนกันยายน จนถึงต้นเดือนตุลาคม คือช่วงที่ฝนตกชุกหนาแน่นที่สุดในไทย
ทำให้การเดินทางท่องเที่ยว หรือ ไปทำธุระลำบากมากๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วช่วงนี้
กลับเป็นช่วงที่ธรรมชาติฟื้นตัวมากที่สุด ถ้าเราลองสังเกตดูจะเห็นว่าป่าในเมืองไทยใน
ภาคเหนือ หรือ ภาคอีสานจะฟื้นตัวก็ช่วงนี้แหละ ลองนั่งรถไฟ หรือ รถทัวร์ขึ้นเหนือดูจะ
เห็นว่าช่วงนี้อุดมสมบูรณ์สุดๆเลย เขียวไปทั้งหมด มองไปทางไหนก็เขียวสุดลูกหูลูกตา

พอเข้าเดือนตุลาคม หลายๆอุทยานก็เริ่มเปิดการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัส
อากาศเย็นๆ พร้อมกับธรรมชาติที่กำลังเต็มอิ่มใครไปเที่ยวช่วงตุลาคม ผมคิดว่าโชคดี
สุดๆเลยนะ คือได้สัมผัสธรรมชาติที่พึ่งฟื้นตัวมาแบบเต็มที่ คนก็ไม่ค่อยเยอะ เรียกว่า
ไปเที่ยวป่าช่วงตุลานี่คุ้มสุดๆเลยนะ แต่ข้อเสียก็มีคือ พวกทากเยอะ ทางลำบาก ดีไม่ดี
ก็มีโอกาสเจอน้ำป่า น้ำท่วม แต่ก็ถือว่าคุ้มอยู่ดี

แต่สำหรับคน กทม. อย่างผมแล้วหละก็ เดือนนี้เป็นอีกเดือนที่ต้องลุ้นหลายๆอย่างเลย
ลุ้นว่าน้ำจะท่วมไหม ฝนจะตกขนาดไหน จะออกไปไหนได้หรือเปล่า แต่ผมก็ชอบนะ
บอกไม่ถูกเหมือนกัน อากาศก็เริ่มเย็นๆ นอนตอนดึกๆฝนก็ตก เย็นสบายดี มันมีทั้ง
ข้อดี และ ข้อเสีย บางทีอาจจะเป็นเพราะใน กทม มันกินอยู่สบายเลยทำให้เราคิดว่า
ไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่สำหรับคน ตจว. เค้าอาจจะไม่ชอบเดือนนี้มากกว่าคน กทม ก็
เป็นได้นะ ไปไหนก็ลำบากกว่า ต้องคอยลุ้นว่าน้ำจะท่วมสวน ท่วมไร ท่วมนา หรือเปล่า
ถ้าท่วมแล้วพืชที่ปลูกไว้มันตาย ก็หมายความว่าปีนี้จบเจ๊งไปอีกปี แต่สำหรับคนกรุง
น้ำท่วมก็แค่ลาหยุด ชีวิตมันต่างกันจริงๆ

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง [ตอนที่ 2]

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง [ตอนที่ 2]

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง

11.ถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ต้องตื่นก่อนตี 5 และจะมีเจ้าหน้าที่ จะนำทางเดินไป
ที่ผานกแอ่นตอนเวลาตี 5 ไปถึงหน้าผานกแอ่นประมาณ ตี 5 ครึ่ง
12.ที่ผานกแอ่น มีกาแฟร้อนขายครับแก้วละ 20 บาท เป็นกาแฟซอง + น้ำร้อน ซึ้งรสชาติงั้นๆ
แต่ที่สุดยอดคือบรรยากาศครับ ได้นั่งจิบกาแฟร้อนๆพร้อมกับดูพระอาทิตย์ขึ้นในอากาศหนาวๆ
ต่อให้สตาร์บักแก้วละร้อยกว่าบาทก็ไม่สามารถให้บรรยากาศแบบนี้ได้ครับ
13.ถ้าจะเข้าป่าเดินเที่ยวดูน้ำตกควรพกน้ำไปด้วย เพราะในป่าไม่มีร้านค้า ซื้อจากร้านแล้วพก
ใส่เป้ไปกินก็ได้ครับ ยังไงก็เดินยาวแน่ๆ ขาดข้าวไม่เป็นไร แต่ขาดน้ำอันตรายครับ
14.ร้านค้ามีบริการข้าวกล่องไว้ไปกินเวลาเดินเข้าป่า ถ้าจะเดินยาวจากน้ำตกไปที่ผาหล่มสัก
การเตรียมข้าวกล่องไปกินก็ไม่เลวนะครับ อย่างน้อยก็ดีกว่าเดินหิวไปจนถึงผาหล่มสัก
15.สัตว์ที่อันตรายที่สุดบนภูกระดึง คือ ช้างครับ มีคนตายเพราะช้างมาแล้ว เพราะงั้นควรมอง
ไปข้างหน้าเพื่อระวังช้าง จะดีกว่ามองไปที่พื้นเพื่อระวังงู ที่ภูกระดึงช้างดุครับ
16.บนภูกระดึงมีสัตว์มากกว่าที่คุณคิดครับ หมาป่า หมูป่า กวาง ชะนี ค้าง มีโอกาสเจอได้ทุก
เวลาครับ แม้แต่ในบริเวณร้านค้า ยิ่งช่วงดึกๆถ้าโชคดี อาจจะได้ยินเสียงหมาป่าหอนครับ
17.อย่าเอาอาหารที่กินเหลือไปไว้ในเต็นท์เด็ดขาดครับ ไม่งั้นผมบอกได้เลยว่าคุณไม่ได้นอน
อย่างมีความสุขแน่ๆ จะมีเพื่อนมาเยี่ยมถึงเต๊นท์ตอนดึกๆเลยทีเดียวครับ
18.ขาลงจากภูกระดึงลำบากพอๆกับขาขึ้นครับ ขาลงถ้ามาถึงหลังแปควรซื้อน้ำจากจุดนี้ไว้ซัก
ขวดติดเป้ไว้ มันช่วยดับกระหายได้ดีมากครับ
19.ขาลงมาจากภูกระดึงควรรักษาเวลาครับ ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเหมาสองแถวออกมาที่ร้าน
เจ๊กิมคนเดียว ตกเที่ยวละ 200 – 300 บาท จ่ายคนเดียวนะคร้าบ
20.บริเวณด้านล่างติดที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตรงคิวรถสองแถว จะมีห้องน้ำสะอาด
ไว้สำหรับอาบน้ำครับ ควรอาบน้ำจากบริเวณนี้ก่อนนั่งรถสองแถวออกไปที่ร้านเจ๊กิมครับ

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง [ตอนที่ 1]

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง [ตอนที่ 1]

20 ข้อควรรู้ ก่อนไปภูกระดึง

มีข้อแนะนำมาฝากสำหรับคนที่ยังไม่เคยไปภูกระดึงแล้วคิดจะไปนะครับ

1.ภูกระดึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นตั้งแต่เวลา 7.30 – 14.00 น. ถ้ามาหลังเวลาบ่าย 2
ต้องรอขึ้นภูกระดึงวันรุ่งขึ้นครับ เพราะงั้นอย่าไปผิดเวลาหละ
2.บนภูกระดึงไม่มีรีสอร์ทของเอกชนให้พัก มีแต่บ้านของอุทยาน กับ เต๊นท์ที่กางรอไว้แล้ว
ถ้าจะไปภูกระดึงโดยคิดที่จะพักหรูๆสบายๆ เลิกคิดได้เลยครับ
3.ไปภูกระดึงควรไปวันธรรมดาจะดีที่สุด นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่า วันหยุด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
โอกาสที่จะได้เจอพวกออกค่าย หรือ รับน้องจะน้อยกว่าวันธรรมดาครับ
4.ถ้าไปช่วงเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน เจอตัวทากแน่ๆแต่ถ้าไม่อยากเจอทาก ให้ไปช่วง
หลังพฤศจิกายน จนถึงต้นมีนาคม ไม่เจอทากแน่นอน
5.บนภูกระดึงช่วงดึกๆ อากาศจะเย็นถึงแม้จะเป็นช่วงเดือนมีนา เมษาก็ตาม ควรเอาเสื้อกัน
หนาวไปด้วย ส่วนหน้าหนาวไม่ต้องพูดถึงเพราะหนาวจัดต่ำกว่า 10 องศาแน่นอน
6.บนภูกระดึงไม่ได้เปิดไฟตลอดทั้งคืน เวลาหลัง 4 ทุ่มเป็นต้นไปไฟก็จะถูกปิด ควรอาบน้ำ
กินข้าว แปรงฟัน จัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อน 3 ทุ่มครับ
7.ถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ควรเตรียมไฟฉายกับถ่านสำรองไปด้วยระยะทางจาก
ผาหล่มสัก มาที่พักก็ 8 กิโล ใช้เวลาเดิน 2 ชั่วโมง ถ้าไม่อยากเดิน 2 ชั่วโมงฝ่าความมืดมิด
ควรจะเตรียมไฟฉาย + ถ่านสำรองไปด้วย
8.อาหารบนภูกระดึงราคาแพง สั่งอาหารสำเร็จรูปพวกข้าวผัด จะคุ้มกว่าสั่งกับข้าว + ข้าวเปล่า
ถึงอาหารจะแพงแต่ก็ให้เยอะครับ กินอิ่มท้องแน่นอน
9.การแบกสัมภาระขึ้นภูกระดึงด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่โง่เขลาและไม่ควรทำ สิ่งที่ควรทำคือจ้าง
ลูกหาบแบกขึ้นไป แล้วเก็บแรงไว้เดินเที่ยวน้ำตกในวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า
10.ควรไปถึงภูกระดึงตอนเช้าตรู่จะดีที่สุด ขึ้นภูตอนเที่ยงจะไม่มีลูกหาบ แถมถึงที่พักตอน
ใกล้ค่ำอีกต่างหาก ลำบากครับ