Tag Archives: Backpack

เชียงคาน chiangkhan

เชียงคาน chiangkhan

แม่น้ำโขง เชียงคาน

เชียงคาน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเลย ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามของเชียงคานนั้น
เป็นประเทศลาว เชียงคานเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวอันโด่งดังของภาคอีสาน เป็นเมืองที่
มีมนต์เสน่ห์ในแบบฉบับอีสานดั้งเดิม ต่างจากจังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน ใครที่ได้ไปสัมผัส
ก็ล้วนแล้วแต่ประทับใจกันทุกคน

เชียงคาน

เชียงคาน เป็นเมืองที่เงียบแต่ไม่ถึงกับสงบมากนัก โดยเพราะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวใน
หน้าหนาว ย่านถนนคนเดินนั้นยังมีแสงสีให้เห็นบ้าง เชียงคานนั้นไม่ได้โด่งดังในเรื่องของ
ที่เที่ยวยามราตรี ผับ บาร์ แต่เป็นเมืองที่โด่งดังมาจากวัฒนธรรมของผู้คนที่อาศัยอยู่ย่านนี้
วัฒนธรรมที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงวิถีชีวิต และ บ้านเรือนของผู้คนแถบริมโขงที่เป็น
เอกลัษณ์ในสไตล์ไทยโบราณ(Vintage) คุณจะเห็นบ้านที่สร้างจากไม้เก่าๆในแบบดั้งเดิม
ร้านค้าต่างๆ รวมถึงธนาคารที่พยายามปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมของที่นี่ การได้มาเยี่ยม
เยือนเชียงคานสักครั้ง และได้ปล่อยอารมให้ไหลไปกับความสงบของที่นี่ อาจจะทำให้นาฬิกา
ชีวิตของเราเดินช้าลงไปอีกซักหน่อยก็ได้ ….

ถนนคนเดินเชียงคาน

พรรณนาโวหารซะเยอะ จะบอกเลยว่าผมไปมาแล้วพึ่งไปมาเมื่อปลายเดือนนี้เอง เดี๋ยวจะ
เอามาเขียนให้ได้ชมกันว่าเป็นยังไงบ้าง ลายละเอียดเยอะเต็มหัวไปหมด แต่ก็ยังเก็บไม่
ครบอยู่ดี อาจจะต้องไปเชียงคานอีกซัก 2 – 3 รอบ ถึงจะเก็บได้หมด รอชมแล้วกัน

ณ เชียงคาน

น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง

น้ำตกวังกวาง เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่สุด ห่างออกมาจากที่พัก
ประมาณ 600 เมตร เท่านั้นเอง เราสามารถเดินไปเที่ยวชมถ่ายรูปได้แบบง่ายๆเลย
เส้นทางไม่ได้ยากอะไรเลย ไม่ชัน และ ไม่รก ผมแนะนำว่าช่วงขาขึ้นใครที่ขึ้นมาถึงข้าง
บนภูกระดึงแล้ว เวลาเหลือไม่พอที่จะเดินไปผาหล่มสัก ให้เดินมาที่น้ำตกวังกวางแทน
เพราะใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้ว อาจจะไม่ใช่น้ำตกที่สวยมากมายอะไร
แต่ก็มีมุมให้ถ่ายเยอะพอควร หรือจะนั่งฟังเสียงน้ำตกซักหน่อยก็ชิวๆเลย

ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะมา คือถ้ามาหลังเดือนพฤศจิกายนไปแล้ว อาจจะไม่เห็นน้ำตก
ไหลเป็นสายแรงๆนะครับ อาจจะไหลประมาณเปิดน้ำจากก็อก ประมาณนั้น ใครไปช่วง
ธันวา-มกรา-กุมภา โอกาศที่จะเห็นน้ำไหลแรงๆมีน้อยมากครับ ยกเว้นว่าจะมีฝนตกลง
มาถึงจะมีน้ำพอให้ไหลแรงๆ ถ้าไปช่วงหน้าหนาวก็ทำใจได้เลย

ลูกหาบภูกระดึง

ลูกหาบภูกระดึง

ลูกหาบภูกระดึง

คนที่มาภูกระดึงส่วนใหญ่มักจะใช้บริการของลูกหาบเป็นส่วนมาก หนึ่งในสาเหตุของการ
ต้องใช้บริการลูกหาบก็เนื่องมาจากว่า การแบกสิ่งของสัมภาระขึ้นภูกระดึงด้วยตัวเองนั้น
มันเหนื่อยมาก การเดินขึ้นภูกระดึงแบบตัวเปล่าก็ว่าเหนื่อยแล้วยิ่งต้องแบกของขึ้นไปด้วย
นี่มันนรกชัดๆเลย แต่ภูกระดึงก็ไม่ได้โหดร้ายกับเราจนเกินไปนัก การใช้บริการลูกหาบก็
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ขี้เกียจแบกสิ่งของขึ้นภูกระดึงด้วยตัวเองครับ

การใช้บริการลูกหาบ ให้มองมาที่ตัวอาคารซึ่งจะอยู่ทางขวามือของทางขึ้นภูกระดึง และ
จะมีป้ายที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าต้องการใช้บริการลูกหาบให้มารอที่อาคารแห่งนี้หรือ
สังเกตง่ายๆเลย จะเห็นตาชั่งสำหรับชั่งสัมภาระวางอยู่บนเค้าเตอร์นั้นแหละครับ ไปนั่งรอ
ตรงนั้นได้เลย ถ้าคุณไปช่วงเช้าตรู่อาจจะไม่เจอใคร เพราะว่าเจ้าหน้าที่จะมาช่วงเวลา
ประมาณ 7 โมงเช้าแต่ถ้าวันไหนนักท่องเที่ยวเยอะ เจ้าหน้าที่ก็จะมารอแต่เช้าครับ

เมื่อเจอเจ้าหน้าที่แล้วก็ขอซื้อบัตรสัมภาระ ราคาใบละ 5 บาท จะเป็นกระดาษสีฟ้า 1 แผ่น
จะมี 3 ท่อน เราต้องเขียนชื่อกับเบอร์โทรลงไปในนั้นให้ชัดเจนนะครับ เพราะเมื่อลูกหาบ
นำสัมภาระของเราขึ้นไปถึงบนภูกระดึงแล้วแต่ไม่เจอเรา เขาก็จะโทรหาเรา ตามเบอร์ที่
เราลงไว้นั้นแหละครับ ถ้าเราลงไว้ไม่ชัดเจนอาจจะทำให้มีปัญหาเวลาที่ลูกหาบไม่เจอเรา
ได้ครับ

สัมภาระ ภูกระดึง

สัมภาระส่วนใหญ่จะมาถึงเวลาประมาณ 4 – 5 โมงเย็นครับ ใครที่ขึ้นมาถึงด้านบนภูกระดึง
ช่วงบ่ายๆ ก็อาจจะต้องรอนานหน่อยแต่ถ้าคนเยอะมากๆอาจจะมาถึงช่วงดึกๆก็ได้นะครับ
อาจจะหลัง 6 โมงเย็นไปแล้ว เพราะงั้นใครไปช่วงตรงกับวันหยุดยาวก็อาจจะต้องรอนานกว่า
ช่วงปรกติที่คนน้อยๆ ผมเองขึ้นภูไปไม่รีบเพราะงั้นจะถึงด้านบนประมาณบ่าย 4 ก็จะพอดี
กับลูกหาบ เรียกว่ามาถึงพร้อมๆกันเลย

สำหรับค่าลูกหาบผมไปล่าสุด พฤศจิกายน 2557 ก็ยังราคาเดิมที่กิโลละ 30 บาท ส่วนใหญ่
ก็จะหนักกัน 5 – 6 กิโลกรัม ตกราคาประมาณ 300 บาท ผมแนะนำว่าใครจะใช้บริการก็
เตรียมเศษตังไปเผื่อด้วย เพราะลูกหาบส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยได้เตรียมเงินทอนไว้สำหรับ
ทุกคนหรอกครับ เพราะงั้นเตรียมเผื่อไว้ก็ดีหรือจะให้เป็นทิบไปเลยก็ได้