Category Archives: Backpack

แบกเป้ เที่ยวธรรมชาติ

การเดินทางไปภูกระดึง

การเดินทางไปภูกระดึง

ผานกเค้า

จาก กทมไปสู่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง สามารถไปได้หลายวิธีครับ เริ่มตั้งแต่ไปแบบด่วน
คือนั่งเครื่องไปลงที่ขอนแก่น แล้วก็ต่อรถจากขอนแก่นมาเลย แวะลงที่ผานกเค้า แต่ที่เห็น
ส่วนใหญ่คนที่ไปภูกระดึง จะชอบไปรถทัวร์มากกว่านะ หรือไม่ก็เหมารถไปกันแบบหมู่คณะ
แต่เวลาผมไปส่วนใหญ่ก็พึ่งบริการของ บขส.ครับ นั่งจากหมอชิต ออกประมาณค่ำๆหน่อย
ไปถึงผานกเค้าเช้าตรู่ ใครที่ไม่เคยไปภูกระดึง ผมแนะนำให้ไปแบบผมนะ เพราะคุณจะพบ
เพื่อนร่วมทางที่มากับรถทัวร์เพียบ ก่อนจะขึ้นรถก็เอาสัมภาระไปเก็บ ผมแนะนำว่าให้บอก
กับเด็กรถด้วย ว่าเราจะลงผานกเค้าเค้าจะได้ไม่เก็บกระเป๋าเราไว้ลึกมาก จะได้ไม่ต้องเสีย
เวลาหากระเป๋า จากหมอชิตนั่งไปประมาณ 7 ชั่วโมงก็จะถึงผานกเค้า ถ้านั่งเที่ยว 3 ทุ่ม 30
จะถึงประมาณตี 5 เมื่อถึงผานกเค้าเด็กรถจะมาตะโกนเรียกให้ลงครับ ถ้าไปช่วงหน้าหนาว
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดจอดเจ้าประจำของคนขับเลยทีเดียว ค่ารถ บขส. ป1 นั้นไม่แพงนะครับ
ประมาณ 4 ร้อนนิดๆ ผมจำตัวเลขไม่ได้ แต่ไม่ถึง 450 ครับ ส่วนใครที่ซื้อตั๋วแบบออนไลน์
เวลาซื้อให้เลือกที่วังสะพุงครับ แล้วเวลาขึ้นรถก็บอกเด็กรถว่าลงที่ผานกเค้าครับ ส่วนใครที่
ชอบความสบายก็ไปกับรถ VIP ได้เลยครับ ราคาหกร้อยกว่า เกือบๆ 7 ร้อย แพงกว่าพอควร
แต่ก็สบายกว่าครับรถออก 4 ทุ่ม ไปถึงผานกเค้าก็ประมาณเกือบๆ 6 โมงเช้าเวลากำลังดี

ส่วนขากลับจากภูกระดึงมากทม ถ้ามานั่งรถที่ร้านเจ๊กิมส่วนใหญ่ก็หนี้ไม่พ้นรถแอร์เมืองเลย
ถ้านั่งแบบไม่คิดมากมันก็ไม่มีไรนะครับ อาจจะไม่สบายเท่าของเจ้าอื่น แต่ทำยังไงได้หละ ..
ขาไปถ้าถึงร้านเจ๊กิมตอนเช้าก็รอซื้อตัววันกลับได้เลยนะครับ จะเปิดให้ซื้อเวลา 6 โมง ผม
แนะนำให้ซื้อเอาไว้ก่อนนะครับ เพราะถ้าเกิดวันที่คุณกลับเป็นช่วงเทศกาล หรือ ตรงกับวัน
หยุดยาวศุกร์ เสาร์ อาทิตย์จะไม่มีที่นั่งเอานะ แต่ถ้าไม่ซื้อจะรอซื้อตอนกลับก็ได้ ถ้าวันที่คุณ
กลับมันไม่ตรงกับวันหยุด หรือวันศุกร์ก็คงมีที่นั่งเพราะผมไปมา 3 ครั้งก็ไม่เคยเจอที่ไม่ว่าง
ซักทีเลย เจอแต่ว่างตลอด

เดือนแห่งฝน

เดือนแห่งฝน

ฝน ลำธาร

ช่วงปลายเดือนกันยายน จนถึงต้นเดือนตุลาคม คือช่วงที่ฝนตกชุกหนาแน่นที่สุดในไทย
ทำให้การเดินทางท่องเที่ยว หรือ ไปทำธุระลำบากมากๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วช่วงนี้
กลับเป็นช่วงที่ธรรมชาติฟื้นตัวมากที่สุด ถ้าเราลองสังเกตดูจะเห็นว่าป่าในเมืองไทยใน
ภาคเหนือ หรือ ภาคอีสานจะฟื้นตัวก็ช่วงนี้แหละ ลองนั่งรถไฟ หรือ รถทัวร์ขึ้นเหนือดูจะ
เห็นว่าช่วงนี้อุดมสมบูรณ์สุดๆเลย เขียวไปทั้งหมด มองไปทางไหนก็เขียวสุดลูกหูลูกตา

พอเข้าเดือนตุลาคม หลายๆอุทยานก็เริ่มเปิดการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัส
อากาศเย็นๆ พร้อมกับธรรมชาติที่กำลังเต็มอิ่มใครไปเที่ยวช่วงตุลาคม ผมคิดว่าโชคดี
สุดๆเลยนะ คือได้สัมผัสธรรมชาติที่พึ่งฟื้นตัวมาแบบเต็มที่ คนก็ไม่ค่อยเยอะ เรียกว่า
ไปเที่ยวป่าช่วงตุลานี่คุ้มสุดๆเลยนะ แต่ข้อเสียก็มีคือ พวกทากเยอะ ทางลำบาก ดีไม่ดี
ก็มีโอกาสเจอน้ำป่า น้ำท่วม แต่ก็ถือว่าคุ้มอยู่ดี

แต่สำหรับคน กทม. อย่างผมแล้วหละก็ เดือนนี้เป็นอีกเดือนที่ต้องลุ้นหลายๆอย่างเลย
ลุ้นว่าน้ำจะท่วมไหม ฝนจะตกขนาดไหน จะออกไปไหนได้หรือเปล่า แต่ผมก็ชอบนะ
บอกไม่ถูกเหมือนกัน อากาศก็เริ่มเย็นๆ นอนตอนดึกๆฝนก็ตก เย็นสบายดี มันมีทั้ง
ข้อดี และ ข้อเสีย บางทีอาจจะเป็นเพราะใน กทม มันกินอยู่สบายเลยทำให้เราคิดว่า
ไม่ลำบากเท่าไหร่ แต่สำหรับคน ตจว. เค้าอาจจะไม่ชอบเดือนนี้มากกว่าคน กทม ก็
เป็นได้นะ ไปไหนก็ลำบากกว่า ต้องคอยลุ้นว่าน้ำจะท่วมสวน ท่วมไร ท่วมนา หรือเปล่า
ถ้าท่วมแล้วพืชที่ปลูกไว้มันตาย ก็หมายความว่าปีนี้จบเจ๊งไปอีกปี แต่สำหรับคนกรุง
น้ำท่วมก็แค่ลาหยุด ชีวิตมันต่างกันจริงๆ

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง [ตอนที่ 2]

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง [ตอนที่ 2]

20 ข้อควรรู้ก่อนไปภูกระดึง

11.ถ้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ต้องตื่นก่อนตี 5 และจะมีเจ้าหน้าที่ จะนำทางเดินไป
ที่ผานกแอ่นตอนเวลาตี 5 ไปถึงหน้าผานกแอ่นประมาณ ตี 5 ครึ่ง
12.ที่ผานกแอ่น มีกาแฟร้อนขายครับแก้วละ 20 บาท เป็นกาแฟซอง + น้ำร้อน ซึ้งรสชาติงั้นๆ
แต่ที่สุดยอดคือบรรยากาศครับ ได้นั่งจิบกาแฟร้อนๆพร้อมกับดูพระอาทิตย์ขึ้นในอากาศหนาวๆ
ต่อให้สตาร์บักแก้วละร้อยกว่าบาทก็ไม่สามารถให้บรรยากาศแบบนี้ได้ครับ
13.ถ้าจะเข้าป่าเดินเที่ยวดูน้ำตกควรพกน้ำไปด้วย เพราะในป่าไม่มีร้านค้า ซื้อจากร้านแล้วพก
ใส่เป้ไปกินก็ได้ครับ ยังไงก็เดินยาวแน่ๆ ขาดข้าวไม่เป็นไร แต่ขาดน้ำอันตรายครับ
14.ร้านค้ามีบริการข้าวกล่องไว้ไปกินเวลาเดินเข้าป่า ถ้าจะเดินยาวจากน้ำตกไปที่ผาหล่มสัก
การเตรียมข้าวกล่องไปกินก็ไม่เลวนะครับ อย่างน้อยก็ดีกว่าเดินหิวไปจนถึงผาหล่มสัก
15.สัตว์ที่อันตรายที่สุดบนภูกระดึง คือ ช้างครับ มีคนตายเพราะช้างมาแล้ว เพราะงั้นควรมอง
ไปข้างหน้าเพื่อระวังช้าง จะดีกว่ามองไปที่พื้นเพื่อระวังงู ที่ภูกระดึงช้างดุครับ
16.บนภูกระดึงมีสัตว์มากกว่าที่คุณคิดครับ หมาป่า หมูป่า กวาง ชะนี ค้าง มีโอกาสเจอได้ทุก
เวลาครับ แม้แต่ในบริเวณร้านค้า ยิ่งช่วงดึกๆถ้าโชคดี อาจจะได้ยินเสียงหมาป่าหอนครับ
17.อย่าเอาอาหารที่กินเหลือไปไว้ในเต็นท์เด็ดขาดครับ ไม่งั้นผมบอกได้เลยว่าคุณไม่ได้นอน
อย่างมีความสุขแน่ๆ จะมีเพื่อนมาเยี่ยมถึงเต๊นท์ตอนดึกๆเลยทีเดียวครับ
18.ขาลงจากภูกระดึงลำบากพอๆกับขาขึ้นครับ ขาลงถ้ามาถึงหลังแปควรซื้อน้ำจากจุดนี้ไว้ซัก
ขวดติดเป้ไว้ มันช่วยดับกระหายได้ดีมากครับ
19.ขาลงมาจากภูกระดึงควรรักษาเวลาครับ ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเหมาสองแถวออกมาที่ร้าน
เจ๊กิมคนเดียว ตกเที่ยวละ 200 – 300 บาท จ่ายคนเดียวนะคร้าบ
20.บริเวณด้านล่างติดที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตรงคิวรถสองแถว จะมีห้องน้ำสะอาด
ไว้สำหรับอาบน้ำครับ ควรอาบน้ำจากบริเวณนี้ก่อนนั่งรถสองแถวออกไปที่ร้านเจ๊กิมครับ