Category Archives: Backpack

แบกเป้ เที่ยวธรรมชาติ

ผาหล่มสัก ตอนที่ 1

ผาหล่มสัก ตอนที่ 1

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก ผมจัดว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมบนภูกระดึงที่ผู้คนนิยมมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย
ตัวผมเองไปภูกระดึงทีไรก็มักจะพยายามเดินไปที่ผาหล่มสักเสมอ เพราะการมาภูกระดึงแล้วไม่ได้มา
ที่ผาหล่มสัก ก็เหมือนมาไม่ถึงภูกระดึงนั้นแหละครับ ยกเว้นว่าสุดวิสัย บางครั้งที่ร่างกายไปต่อไม่ไหว
ก็จะไม่ฝืนสังขาร ผาหล่มสักนั้นจะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึงก็ไม่ผิดนัก ถึงแม้ระยะทางจะไกล
จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่คนส่วนใหญ่ก็พยายามจะมาให้ถึง แม้ทางเดินจะไม่ยาก
ลำบากเหมือนตอนเดินขึ้นมา แต่ก็ไกลเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ด้วยระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
ถ้าเดินไปกลับก็คิดระยะทาง 20 กว่ากิโลเมตร ใครเดินก็ต้องมีหอบมีเหนื่อยกันบ้างแหละ

รูปผาหล่มสัก
ร้านค้า ผาหล่มสัก

บริเวณผาหล่มสักก็คลัายกับซำช่วงที่เราเดินขึ้นมาบนภูกระดึงนั้นแหละครับ มีของขายพวกเครื่องดื่ม
อาหาร กาแฟ มีห้องน้ำให้ใช้ ใครเดินมาเหนื่อยๆก็มาหาอะไรกินที่ผาหล่มสักได้เลย ที่ผาหล่มสักมีทุก
อย่างที่ควรจะมี รวมถึงที่สำหรับนั่งพักรอดูพระอาทิตย์ตกดินด้วย

หน้าผา ผาหล่มสัก

บริเวณหน้าผาที่มีหินโผล่ยื่นออกไปกลางอากาศแบบนี้จะถือเป็นสัญลักษณ์ของผาหล่มสักเลยก็ได้ครับ
ใครมาก็ต้องแวะเวียนถ่ายรูปกันทุกคน สำหรับใครที่ไม่กลัวความสูงก็คงไปนั่งได้แบบไม่รู้สึกอะไร
แต่สำหรับคนที่กลัวความสูงแบบผมแล้วขอบายครับ เคยลองไปนั่งริมหน้าผาแล้วรู้สึกใจมันหวิวยังไง
ก็ไม่รู้ ขอขยับตัวเข้ามานั่งข้างในดีกว่าสบายใจกว่า ส่วนใครที่ชอบไปยืนถ่ายภาพริมหน้าผาก็ระวังกัน
ไว้ด้วยนะครับ เพราะเคยมีอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวเคยตกลงไปแล้วหลายครั้งกันไว้ดีกว่าแก้ครับ

ร้านกาแฟ ผาหล่มสัก

ที่ผาหล่มสักจะมีร้านกาแฟสดอยู่ร้านนึง ชื่อร้านชมพู่มะเหมี่ยว ตัวผมเองเคยไปกินอยู่หนึ่งครั้งก็คือ
ตอนที่ไปครั้งล่าสุดนี่แหละ ปรกติแล้วเวลาต้องเดินนานๆไกลๆ ผมจะไม่ค่อยกินพวกกาแฟ สาเหตุก็
เพราะว่ามันจะทำให้ฉี่บ่อย แต่ครั้งล่าสุดผมลองไปกินดู เพราะว่าไปถึงผาหล่มสักช่วงเวลาบ่ายโมงกว่า
ทำให้มีเวลานั่งกินนอนกินหลายชั่วโมง ก็เลยจัดไปคนละแก้วกับแฟน รสชาติถือว่าโอเคครับผมให้ผ่าน
ราคาถือว่ากลางๆไม่ถูกไม่แพง แก้วละ 50 – 60 บาท ตอนผมไปอากาศจัดว่าไม่ร้อน ได้กาแฟอุ่นๆ
คนละแก้วมาซดถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียว

หลับ ผาหล่มสัก

การมานั่งรอดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก มันก็คล้ายกับการมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นแหละครับ
แต่ต่างกันที่ผาหล่มสักจะดีกว่าหน่อยเพราะมีที่ให้นั่งรวมถึงที่ให้นอน แถมมีร้านค้าขายของกินไว้คอย
บริการอีก ถ้าได้ลมเย็นๆพัดมาปะทะที่ใบหน้านี่ทำให้หลับได้ง่ายๆเลยนะ ผมเองก็ไปงีบมาเหมือนกัน
กินเสร็จก็ไม่รู้จะไปไหนหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนสิ ได้เสื่อมาหนึ่งผืนจากร้านค้าก็หลับอยู่ตรงด้านข้าง
ผาหล่มสักนี่แหละ

อาทิตย์ตกดิน ผาหล่มสัก

ท้ายสุดถ้าไม่โชคร้ายจนเกินไปส่วนใหญ่ก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินแบบสวยๆกัน แต่ถ้าวันไหนไปแล้ว
ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินก็ไม่ต้องแปลกใจกันนะครับ เพราะอากาศแต่ละช่วงนั้นเอาแน่นอนอะไรไม่ได้
จะคาดหวังอะไรมากก็ไม่ได้ครับต้องเข้าใจธรรมชาติ หลายคนไปแล้วไม่เจอพระอาทิตย์ตกดินก็เยอะครับ
โดยเฉพาะคนที่มาช่วงตุลาคม – พฤศจิกายน ส่วนใหญ่จะเห็นแต่เมฆไม่ค่อยเจอภาพสวยกันนะ อยากได้
ภาพสวยๆต้องมาช่วงธันวา – มกราครับ อากาศดีถ่ายอะไรก็สวยแต่อาจจะเจอคนเยอะหน่อยก็เท่านั้น ….

ดอยอินทนนท์

สูงสุดแดนสยาม … ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

มารู้จักดอยอินทนนท์กันเถอะ

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตัวของอุทยานมีเนื้อที่ประมาณ
480 ตารางกิโลเมตร จุดสูงสุดของยอดดอยอินทนนท์เป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงจากระดับน้ำ
ทะเลถึง 2565 เมตร (2 กิโลครึ่ง) ลักษณะโดยทั่วไปของอุทยานเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน แต่สามารถขับ
รถขึ้นไปถึงยอดสูงสุดได้ ตลอดทั้งสองข้างทางปกคลุมไปด้วยป่า ซึ่งป่าดอยอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิด
ของต้นน้ำแม่กลาง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงด้วย พูดให้ชัดก็คือเป็นหนึ่งในต้นน้ำที่ไหลลงไป
ที่เขื่อนภูมิพลนั้นเอง ส่วนสภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ต้องบอกว่าเย็นตลอดปี ถึงแม้อากาศด้านล่างจะ
ร้อนขนาด 35 – 36 องศาก็ตาม แต่บนดอยโดยเฉลี่ยก็ยังเย็นกว่าด้านล่างเยอะครับ ประมาณ 21 องศา
ในหน้าร้อน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวมากบางปีนี่อุณหภูมิติดลบเลย ช่วงตอนเช้าอุณหภูมิ
ประมาณ 5 – 6 องศาเท่านั้น บางทีเสื้อกันหนาวธรรมดาเอาไม่อยู่ต้องก่อไฟกันเลย

ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ มาวัดพระธาตุศรีจอมทอง ประมาณ 60 กิโลเมตร และจากหน้าวัดมาที่
ยอดดอยอินทนนท์อีก 44 กิโลเมตร ส่วนใครที่ขับรถไม่แข็งผมแนะนำว่าให้เหมาจ้างรถขับขึ้นมาดีกว่า
อาจจะแพงหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าเยอะครับ

คิดถึง ดอยอินทนนท์ ..

ตัวผมเองเคยไปเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิตก็เมื่อต้นปี 2555 เป็นการเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งแรกด้วย
รถไฟ ซึ่งสาเหตุที่ไปเพราะอยากไปขึ้นดอยอินทนนท์นี่แหละ อยากรู้ว่าเวลาไปอยู่บนดอยจะรู้สึกอย่างไร
เคยเห็นแต่ภาพในเว็บต้องใส่เสื้อหนาวหนาๆ อยากรู้ว่าเวลาหนาวขนาดอุณหภูมิเลขตัวเดียวร่างกายของ
เราจะรับไหวไหม แต่พอได้ขึ้นไปถึงบนดอยอินทนนท์กลับหนาวกว่าที่คิดไว้เยอะ ตอนผมไปถึงตอนเช้า
อุณหภูมิประมาณ 6 องศาเท่านั้น รู้เลยว่าหนาวกว่าตอนไปนอนที่ภูกระดึงมาก แฟนผมที่ไปด้วยกันถึงกับ
ตัวสั่นเลย ต้องไปยืนกลางแดดถึงจะอุ่นขึ้น วันนั้นโชคดีที่ไม่ได้นอนค้างบนดอย เพราะรู้เลยว่าไม่ไหวแน่
เที่ยวเสร็จก็ลงมาด้านล่าง แวะเข้ามาพักในเมือง มาถึงในตัวเมืองแบบว่าร้อนมากกลายเป็นอีกอารมเลย
หนาวจัด ลงมาเจอร้อนจัด อารมแบบว่าปรับกันไม่ทันเลยทีเดียว

ในปีนี้ตั้งใจเอาไว้ ว่าจะกลับไปขึ้นดอยอินทนนท์อีกรอบ ไม่รู้ว่าปีนี้อากาศจะเป็นยังไงบ้าง แต่ใจผมก็อยากจะ
ไปอีกซักครั้ง อยากพาครอบครัว และคนรักขึ้นไปสัมผัสอากาศบนนั้นอีกรอบ อยากไปไหว้พระทำบุญ อยากไป
นั่งกินอาหารริมน้ำตก อยากไปเดินเก็บสตรอว์เบอร์รีในไร่แบบสดๆ ตอนมาเที่ยวครั้งก่อนที่ดอยอินทนนท์
ผมยังไปไม่ครบทุกที่เลย ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะไปให้ครบเพราะไปกันหลายคนตัวหารน่าจะเยอะขึ้น ค่าใช้จ่ายก็
น่าจะถูกลงเยอะ แต่จะว่าไปเวลาวันนึงคงเที่ยวไม่หมดทุกที่บนดอยเพราะแต่ละที่อยู่ห่างกันเยอะเหมือนกัน
พอแค่นี้ดีกว่า ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากไป … ฮึ่ยยย

ซำแคร่

ซำแคร่

ซำแคร่

ครั้งก่อนผมพูดถึง ซำแฮก ไปแล้วคราวนี้มาพูดถึงอีกซำนึงที่คนมักจะพูดถึงบ่อยกันบ้างนะครับก็คือ
ซำแคร่ สำหรับใครที่ลงจากภูกระดึงมาจะเจอซำแคร่เป็นซำแรก แต่ถ้าใครที่เดินขึ้นมาจากด้านล่าง
ก็จะเจอซำนี้เป็นซำสุดท้าย สำหรับคนทั่วไปแล้วซำแคร่นั้นไม่มีอะไรน่าสนใจครับ เป็นซำขนาดเล็กมี
ไว้พักก่อนเดินขึ้นสู่หลังแป แต่ในความคิดผมนะซำแคร่ถือว่าเป็นซำที่สำคัญที่สุดเลย อาจจะมากกว่า
ซำแฮกด้วยซ้ำไป การเดินทางมาถึงซำแคร่นั้นเปรียบเสมือนเป็นเครื่องหมายที่บอกให้เรารู้ว่าหลังจาก
นี้จะไม่เจอทางสบายๆอีกแล้ว เมื่อผ่านซำแคร่ไปแล้วก็จะไม่มีร้านค้าให้เราได้ซื้อของกินอีก ต้องเดิน
จนกว่าจะขึ้นถึงหลังแปถึงจะเจอร้านขายน้ำให้คุณซื้อกิน

ร้านค้า ซำแคร่

ที่ ซำแคร่ จะมีร้านขายของกิน ขายพวกน้ำ และ อาหาร เหมือนกับซำอื่นๆที่เราเดินผ่านมา ช่วงเวลา
ที่ผมเดินขึ้นภูกระดึงผมมักจะแวะมากินข้าวเที่ยงที่ ซำแคร่ ผมเดินขึ้นภูกระดึงตั้งแต่ตอนเช้าจะมาถึง
ซำแคร่ก็ประมาณหลังเที่ยงถึงบ่ายโมงไม่เกินจากนี้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่กำลังหิวเลย ส่วนใหญ่มาถึงก็
สั่งอาหาร นั่งพักแวะหาข้าวกินที่ซำแคร่ แล้วก็ซื้อน้ำคนละขวดสำรองไว้พกติดตัวเวลาเดินขึ้นหลังแป

ธรรมชาติ ซำแคร่

เส้นทางเดินจาก ซำแคร่ ไปจนถึงหลังแป ส่วนใหญ่จะเป็นป่าดิบเขาที่เต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่(มาก)
ถ้าคุณมาช่วงหน้าฝนประมาณเดือนตุลาคมก็ระวังก้อนหินลื่นกันด้วยครับ การเดินจะลำบากกว่าปรกติ
เพราะจะมีตะไคร่ขึ้นเกาะบริเวณหิน ถ้าเดินแล้วเหยียบไม่ดีก็จะลื่นเอาง่ายๆเลย(ผมเคยลื่นมาแล้ว)
ธรรมชาติช่วงนี้จะต่างจากช่วงที่เราเดินขึ้นมา จะเจอต้นไม้ต้นใหญ่มากรวมถึงพวกรากไม้ขนาดใหญ่
ความรู้สึกมันเหมือนกับคุณได้เข้าไปอยู่ในป่าเลย ที่สำคัญอากาศไม่ร้อนแต่ทางเดินขึ้นจะชันมากครับ
มีทั้งเดินขึ้นบันไดที่ค่อนข้างชัน รวมถึงต้องเดินบนหินก้อนใหญ่ ส่วนใครที่แบกสัมภาระติดตัวขึ้นมาก็
ลำบากหน่อยนะครับ จากซำแคร่ไปหลังแปถ้าเดินเหนื่อยก็พักซักแป็บไม่มีอะไรมากครับ