ผาหล่มสัก ตอนที่ 2

ผาหล่มสัก ตอนที่ 2 เส้นทางไปผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก

เส้นทางเดินมาที่ผาหล่มสักเราสามารถเดินมาได้หลายทาง ถ้าเริ่มเดินจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวจะ
ใช้เส้นทางเดินเส้นน้ำตกแล้วค่อยวนกลับมาทางเส้นผานาน้อยก็ได้ หรือจะเดินเส้นทางผ่านสระอโนดาต
แล้วมาโผล่ที่ผาแดงก็ได้ แต่ละเส้นทางก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป สำหรับคนที่ไปครั้งแรกผมแนะนำ
ไว้สองเส้นทางนะ เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

เส้นทางแรก – สายน้ำตก

เส้นทางนี้จะเดินผ่านน้ำตกทุกแห่ง สระอโนดาต มาโผล่อีกทีที่ผาหล่มสัก จะเรียกว่าอ้อมโลกเลยก็ว่าได้
ซึ่งข้อดีอย่างมากของเส้นทางนี้ก็คือมันไม่ร้อนครับ ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเดินเส้นทางนี้แล้วจะไม่เจอแดดนะ
เพียงแต่เส้นทางนี้มันมีต้นไม้มากกว่าเลยทำให้อากาศเย็นกว่า แล้วที่สำคัญเลยก็คือไม่ค่อยมีฝุ่นเวลาเดิน
ฝุ่นไม่ฟุ้งเพราะลมไม่แรงเหมือนเส้นทางเลียบหน้าผา ทำให้เดินสบายครับ แต่ข้อเสียก็มีนะไม่ใช่ว่าจะมีแต่
ข้อดี ข้อเสียของเส้นทางสายน้ำตกก็คือ ข้อแรกมันไกลกว่าเส้นทางอื่นมากครับพูดง่ายๆก็คือมันอ้อมโลกนะ
ข้อสองเส้นทางนี้ไม่มีร้านค้าให้คุณซื้อของระหว่างทางเลยจนกว่าคุณจะเดินถึงผาหล่มสัก นั้นหมายความว่า
คุณต้องถือทั้งน้ำ และ อาหาร จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เผื่อเอาไว้กินระหว่างทางที่เดินเส้นทางสายนี้
ข้อสามถ้าคุณมาช่วงฤดูฝนผมบอกเลยว่าเส้นทางนี้ทากเยอะครับ ยังไงก็อย่าลืมเตรียมถุงเท้ากันทากด้วย

เส้นทางสอง – เลียบหน้าผา

เส้นทางนี้จะผ่านทาง ผาหมากดูก ผานาน้อย ผาเหยียบเมฆ ผาแดง เส้นทางนี้เป็นทางตรงไปสู่ผาหล่มสัก
เป็นเส้นทางที่ระยะทางสั้นที่สุด ในขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางที่แย่ที่สุดด้วย ถามว่าทำไมถึงแย่ที่สุด ?
คำตอบคือ ก็เจอทั้งฝุ่น และ แสงแดด ตลอดทั้งเส้นทางเลยนะ ถึงแม้จะมีร้านค้าตลอดทางเลียบหน้าผา
ให้คุณแวะเข้าไปพักผ่อนก็ตามที เส้นทางนี้คนที่ปั่นจักรยานบนภูกระดึงจะชอบมาก เพราะไม่มีอะไรมา
ขวางทางทำให้ปั่นได้สะดวก แต่สำหรับคนเดินเท้าแล้วเส้นทางนี้ฝุ่นทั้งนั้นเลย ถ้าไม่มีร้านค้าก็คงไม่มีใคร
อยากมาเดินเส้นทางนี้เท่าไหร่ ใครจะมาเส้นทางนี้อย่าลืมหาหมวก หรือ เสื้อแขนยาวมาใส่ด้วยนะครับ
หรือจะเอาร่มมาด้วยไว้กันแดดก็ได้เพราะว่าแดดแรงมาก ส่วนข้อดีของเส้นทางนี้ก็มีนะ คือ มีร้านค้าไว้
บริการตลอดเส้นทางเลยไม่ต้องถือน้ำ กับ อาหารมาให้หนัก มาซื้อเอาข้างหน้าสบายตัวกว่าเยอะเลย
ข้อดีอีกอย่างคือเส้นทางนี้ทากไม่เยอะครับ เดินแล้วไม่ต้องกังวลอะไรมาก

สำหรับคนที่พึ่งมาครั้งแรกผมแนะนำให้เดินเส้นทางน้ำตกดีกว่าเพราะอากาศจะเย็นกว่า ได้เจอธรรมชาติ
ได้เจอน้ำตก แต่ถ้าจะเดินเส้นทางเลียบหน้าผาก็จะเจอแต่แดด กับ ฝุ่น ยิ่งเวลาเจอลมพัดแรงตรงริมหน้าผา
บอกเลยว่าทรมานกว่าเยอะครับ ต้องคอยหาผ้ามาปิดจมูก หาแว่นกันแดดมาใส่กันฝุ่นกันแสง ไหนจะต้องมา
คอยหลบพวกที่ขี่จักรยานอีก เดินเส้นน้ำตกถึงจะเหนื่อยแต่ก็นั่งพักได้สบายกว่า แถมมีน้ำตกให้ดูระหว่าง
ทางสบายดีด้วย

ผมเจอคำถามนึงน่าสนใจถามว่า ตอนขึ้นไปถึงหลังแปถ้ามีเวลาเหลือเราเดินต่อไปที่ผาหล่มสักเลยได้ไหม?
ผมตอบให้เลยว่าได้ครับ ถ้าร่างกายคุณยังไหว ถ้าระยะทาง 5 กิโลที่คุณเดินขึ้นมาไม่ได้ทำให้คุณเหนื่อย
ก็เดินยาวต่อไปที่ผาหล่มสักได้เลย หลายคนที่เดินขึ้นมาถึงหลังแปช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงหรือบ่ายสอง
ก็มักจะเดินต่อไปถึงที่ผาหล่มสักนะ แต่ถ้าคุณขึ้นมาถึงหลังแปช่วงหลังบ่ายสามไปแล้ว ผมบอกให้เลยว่า
ไม่ต้องเดินไปที่ผาหล่มสักหรอกครับเสียเวลาเปล่า เพราะระยะทางจากหลังแปไปผาหล่มสักก็ 9 กิโลแล้ว
กว่าคุณจะเดินไปถึงจะทันพระอาทิตย์ตกรึป่าวก็ไม่รู้ ไหนจะต้องเดินกลับมาที่พักอีก สู้เราเก็บแรงไว้เดิน
วันพรุ่งนี้ดีกว่าเดินสบายกว่าเยอะครับ

ผาหล่มสัก ตอนที่ 1

ผาหล่มสัก ตอนที่ 1

ผาหล่มสัก

ผาหล่มสัก ผมจัดว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมบนภูกระดึงที่ผู้คนนิยมมาเยี่ยมเยือนอย่างไม่ขาดสาย
ตัวผมเองไปภูกระดึงทีไรก็มักจะพยายามเดินไปที่ผาหล่มสักเสมอ เพราะการมาภูกระดึงแล้วไม่ได้มา
ที่ผาหล่มสัก ก็เหมือนมาไม่ถึงภูกระดึงนั้นแหละครับ ยกเว้นว่าสุดวิสัย บางครั้งที่ร่างกายไปต่อไม่ไหว
ก็จะไม่ฝืนสังขาร ผาหล่มสักนั้นจะถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของภูกระดึงก็ไม่ผิดนัก ถึงแม้ระยะทางจะไกล
จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่คนส่วนใหญ่ก็พยายามจะมาให้ถึง แม้ทางเดินจะไม่ยาก
ลำบากเหมือนตอนเดินขึ้นมา แต่ก็ไกลเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ด้วยระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร
ถ้าเดินไปกลับก็คิดระยะทาง 20 กว่ากิโลเมตร ใครเดินก็ต้องมีหอบมีเหนื่อยกันบ้างแหละ

รูปผาหล่มสัก
ร้านค้า ผาหล่มสัก

บริเวณผาหล่มสักก็คลัายกับซำช่วงที่เราเดินขึ้นมาบนภูกระดึงนั้นแหละครับ มีของขายพวกเครื่องดื่ม
อาหาร กาแฟ มีห้องน้ำให้ใช้ ใครเดินมาเหนื่อยๆก็มาหาอะไรกินที่ผาหล่มสักได้เลย ที่ผาหล่มสักมีทุก
อย่างที่ควรจะมี รวมถึงที่สำหรับนั่งพักรอดูพระอาทิตย์ตกดินด้วย

หน้าผา ผาหล่มสัก

บริเวณหน้าผาที่มีหินโผล่ยื่นออกไปกลางอากาศแบบนี้จะถือเป็นสัญลักษณ์ของผาหล่มสักเลยก็ได้ครับ
ใครมาก็ต้องแวะเวียนถ่ายรูปกันทุกคน สำหรับใครที่ไม่กลัวความสูงก็คงไปนั่งได้แบบไม่รู้สึกอะไร
แต่สำหรับคนที่กลัวความสูงแบบผมแล้วขอบายครับ เคยลองไปนั่งริมหน้าผาแล้วรู้สึกใจมันหวิวยังไง
ก็ไม่รู้ ขอขยับตัวเข้ามานั่งข้างในดีกว่าสบายใจกว่า ส่วนใครที่ชอบไปยืนถ่ายภาพริมหน้าผาก็ระวังกัน
ไว้ด้วยนะครับ เพราะเคยมีอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวเคยตกลงไปแล้วหลายครั้งกันไว้ดีกว่าแก้ครับ

ร้านกาแฟ ผาหล่มสัก

ที่ผาหล่มสักจะมีร้านกาแฟสดอยู่ร้านนึง ชื่อร้านชมพู่มะเหมี่ยว ตัวผมเองเคยไปกินอยู่หนึ่งครั้งก็คือ
ตอนที่ไปครั้งล่าสุดนี่แหละ ปรกติแล้วเวลาต้องเดินนานๆไกลๆ ผมจะไม่ค่อยกินพวกกาแฟ สาเหตุก็
เพราะว่ามันจะทำให้ฉี่บ่อย แต่ครั้งล่าสุดผมลองไปกินดู เพราะว่าไปถึงผาหล่มสักช่วงเวลาบ่ายโมงกว่า
ทำให้มีเวลานั่งกินนอนกินหลายชั่วโมง ก็เลยจัดไปคนละแก้วกับแฟน รสชาติถือว่าโอเคครับผมให้ผ่าน
ราคาถือว่ากลางๆไม่ถูกไม่แพง แก้วละ 50 – 60 บาท ตอนผมไปอากาศจัดว่าไม่ร้อน ได้กาแฟอุ่นๆ
คนละแก้วมาซดถือว่าเยี่ยมเลยทีเดียว

หลับ ผาหล่มสัก

การมานั่งรอดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก มันก็คล้ายกับการมาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นแหละครับ
แต่ต่างกันที่ผาหล่มสักจะดีกว่าหน่อยเพราะมีที่ให้นั่งรวมถึงที่ให้นอน แถมมีร้านค้าขายของกินไว้คอย
บริการอีก ถ้าได้ลมเย็นๆพัดมาปะทะที่ใบหน้านี่ทำให้หลับได้ง่ายๆเลยนะ ผมเองก็ไปงีบมาเหมือนกัน
กินเสร็จก็ไม่รู้จะไปไหนหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนสิ ได้เสื่อมาหนึ่งผืนจากร้านค้าก็หลับอยู่ตรงด้านข้าง
ผาหล่มสักนี่แหละ

อาทิตย์ตกดิน ผาหล่มสัก

ท้ายสุดถ้าไม่โชคร้ายจนเกินไปส่วนใหญ่ก็จะได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินแบบสวยๆกัน แต่ถ้าวันไหนไปแล้ว
ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ตกดินก็ไม่ต้องแปลกใจกันนะครับ เพราะอากาศแต่ละช่วงนั้นเอาแน่นอนอะไรไม่ได้
จะคาดหวังอะไรมากก็ไม่ได้ครับต้องเข้าใจธรรมชาติ หลายคนไปแล้วไม่เจอพระอาทิตย์ตกดินก็เยอะครับ
โดยเฉพาะคนที่มาช่วงตุลาคม – พฤศจิกายน ส่วนใหญ่จะเห็นแต่เมฆไม่ค่อยเจอภาพสวยกันนะ อยากได้
ภาพสวยๆต้องมาช่วงธันวา – มกราครับ อากาศดีถ่ายอะไรก็สวยแต่อาจจะเจอคนเยอะหน่อยก็เท่านั้น ….

หมูจากธรรมชาติ

หมูจากธรรมชาติ Natural Meat

เนื้อหมู

เมื่อ 2 วันก่อนผมไปซื้อของเข้าบ้านที่ Tops ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งปรกติแล้วก็จะไปซื้อทุกเดือน
แต่จะซื้อพวกของใช้กับของกินเป็นหลัก แล้วก็จะซื้อมาทีละมากๆ ของกินก็จะซื้อจำพวกเนื้อหมู
เนื้อไก่ เครื่องใน อาหารกระป๋อง เอาไว้ทำกับข้าวที่บ้าน จะได้ไม่ต้องไปซื้อที่ตลาดแต่ที่แปลกกว่า
ทุกครั้งก็คือได้ลองซื้อเนื้อแบบ Natural Meat มา 1 แพ็ค สาเหตุที่ซื้อเพราะเห็นผู้ผลิตโฆษณา
ว่ามันสะอาดกว่า ปลอดภัยกว่า เพราะไม่ได้ใช้พวกสารเร่งการเจริญเติบโต รวมถึงพวกยาปฎิชีวนะ
เลยลองซื้อมา แต่ก็ไม่ได้ซื้อเยอะแค่ 1 แพ็ค ราคา 100 กว่าบาทแพงกว่าหมูปรกติ 50% เลยนะ

Natural Meat

ปรกติแล้วตัวผมเองก็ไม่ได้คิดมากเรื่องของกินนะ ซื้อเท่าที่อยากทำกินจะถูกหรือแพงก็ไม่ได้เกี่ยง
แต่ด้วยความอยากรู้ว่ามันจะต่างจากเนื้อหมูปรกติไหม เลยซื้อมาลองเปรียบเทียบกันดู เท่าที่ลอง
สังเกตจากสีของเนื้อหมู รวมถึงกลิ่น ผมคิดว่าเนื้อหมูแบบ Natural Meat มันดีกว่าหมูทั่วไปนะ
ลองจับเนื้อมันดูแล้วรู้สึกว่านุ่มกว่า สีก็สวยกว่าคือมันไม่แดงแบบหมูทั่วไปสีจะออกชมพูอมแดง
ทดลองเอามาทอดรู้สึกว่ามันอร่อยกว่าด้วย เนื้อมันแน่นกว่า รสชาติดีกว่า แต่เสียอยู่อย่างเดียวนะ
คือราคามันไม่ดีเท่าไหร่ เพราะแพงกว่าเนื้อหมูทั่วไป เกือบ 1 เท่าตัว ถ้ากินอาทิตย์ละครั้งก็คงได้
แต่ถ้ากินบ่อยๆ ทุกวันคงไม่ไหว แพงเกินนนน