ฟังก์ชั่น move_uploaded_file ใน PHP

ฟังก์ชั่น move_uploaded_file

ฟังก์ชั่น move_uploaded_file ใน PHP เป็นฟังก์ชั่นที่เอาไว้ย้ายไฟล์ที่เราได้อับโหลดขึ้น
Server ผ่านทาง form upload ไปเก็บในโฟลเดอร์ใหม่ ดูไปก็คล้ายกับคำสั่ง copy แต่ว่า
ปลอดภัยกว่า

Description – รูปแบบการใช้งาน

move_uploaded_file( $filename , $destination )
move_uploaded_file( ชื่อไฟล์ , ปลายทางที่จะย้าย )

Return Values – ผลลัพธ์ที่คืนกลับมา

ฟังก์ชั่น move_uploaded_file จะคืนค่า TRUE กลับมาถ้าทำงานสำเร็จ แต่ถ้าเกิดข้อผิดพลาด
ขึ้น เช่น ย้ายไฟล์ไม่ได้ หรือ ชื่อโฟลเดอร์ผิดพลาด ก็จะคืนค่า FALSE กลับมา

Example #1 – การใช้งานพื้นฐานทั่วไป

if(move_uploaded_file($_FILES['FileUpload']['tmp_name'],"upload/".$_FILES['FileUpload']['name'])){
echo "File is valid, and was successfully uploaded.\n";
}

ข้อควรระวัง – ถ้าในโฟลเดอร์มีชื่อไฟล์นั้นอยู่แล้ว ตัว move_uploaded_file จะเขียนทับไฟล์เดิม
เพราะงั้นอย่าพยายามตั้งชื่อไฟล์ให้ซ้ำกัน

ดอยอินทนนท์

สูงสุดแดนสยาม … ดอยอินทนนท์

ดอยอินทนนท์

มารู้จักดอยอินทนนท์กันเถอะ

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตัวของอุทยานมีเนื้อที่ประมาณ
480 ตารางกิโลเมตร จุดสูงสุดของยอดดอยอินทนนท์เป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงจากระดับน้ำ
ทะเลถึง 2565 เมตร (2 กิโลครึ่ง) ลักษณะโดยทั่วไปของอุทยานเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน แต่สามารถขับ
รถขึ้นไปถึงยอดสูงสุดได้ ตลอดทั้งสองข้างทางปกคลุมไปด้วยป่า ซึ่งป่าดอยอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิด
ของต้นน้ำแม่กลาง รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงด้วย พูดให้ชัดก็คือเป็นหนึ่งในต้นน้ำที่ไหลลงไป
ที่เขื่อนภูมิพลนั้นเอง ส่วนสภาพอากาศบนดอยอินทนนท์ต้องบอกว่าเย็นตลอดปี ถึงแม้อากาศด้านล่างจะ
ร้อนขนาด 35 – 36 องศาก็ตาม แต่บนดอยโดยเฉลี่ยก็ยังเย็นกว่าด้านล่างเยอะครับ ประมาณ 21 องศา
ในหน้าร้อน โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวมากบางปีนี่อุณหภูมิติดลบเลย ช่วงตอนเช้าอุณหภูมิ
ประมาณ 5 – 6 องศาเท่านั้น บางทีเสื้อกันหนาวธรรมดาเอาไม่อยู่ต้องก่อไฟกันเลย

ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ มาวัดพระธาตุศรีจอมทอง ประมาณ 60 กิโลเมตร และจากหน้าวัดมาที่
ยอดดอยอินทนนท์อีก 44 กิโลเมตร ส่วนใครที่ขับรถไม่แข็งผมแนะนำว่าให้เหมาจ้างรถขับขึ้นมาดีกว่า
อาจจะแพงหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าเยอะครับ

คิดถึง ดอยอินทนนท์ ..

ตัวผมเองเคยไปเชียงใหม่ครั้งแรกในชีวิตก็เมื่อต้นปี 2555 เป็นการเดินทางไปเชียงใหม่ครั้งแรกด้วย
รถไฟ ซึ่งสาเหตุที่ไปเพราะอยากไปขึ้นดอยอินทนนท์นี่แหละ อยากรู้ว่าเวลาไปอยู่บนดอยจะรู้สึกอย่างไร
เคยเห็นแต่ภาพในเว็บต้องใส่เสื้อหนาวหนาๆ อยากรู้ว่าเวลาหนาวขนาดอุณหภูมิเลขตัวเดียวร่างกายของ
เราจะรับไหวไหม แต่พอได้ขึ้นไปถึงบนดอยอินทนนท์กลับหนาวกว่าที่คิดไว้เยอะ ตอนผมไปถึงตอนเช้า
อุณหภูมิประมาณ 6 องศาเท่านั้น รู้เลยว่าหนาวกว่าตอนไปนอนที่ภูกระดึงมาก แฟนผมที่ไปด้วยกันถึงกับ
ตัวสั่นเลย ต้องไปยืนกลางแดดถึงจะอุ่นขึ้น วันนั้นโชคดีที่ไม่ได้นอนค้างบนดอย เพราะรู้เลยว่าไม่ไหวแน่
เที่ยวเสร็จก็ลงมาด้านล่าง แวะเข้ามาพักในเมือง มาถึงในตัวเมืองแบบว่าร้อนมากกลายเป็นอีกอารมเลย
หนาวจัด ลงมาเจอร้อนจัด อารมแบบว่าปรับกันไม่ทันเลยทีเดียว

ในปีนี้ตั้งใจเอาไว้ ว่าจะกลับไปขึ้นดอยอินทนนท์อีกรอบ ไม่รู้ว่าปีนี้อากาศจะเป็นยังไงบ้าง แต่ใจผมก็อยากจะ
ไปอีกซักครั้ง อยากพาครอบครัว และคนรักขึ้นไปสัมผัสอากาศบนนั้นอีกรอบ อยากไปไหว้พระทำบุญ อยากไป
นั่งกินอาหารริมน้ำตก อยากไปเดินเก็บสตรอว์เบอร์รีในไร่แบบสดๆ ตอนมาเที่ยวครั้งก่อนที่ดอยอินทนนท์
ผมยังไปไม่ครบทุกที่เลย ครั้งนี้ตั้งใจว่าจะไปให้ครบเพราะไปกันหลายคนตัวหารน่าจะเยอะขึ้น ค่าใช้จ่ายก็
น่าจะถูกลงเยอะ แต่จะว่าไปเวลาวันนึงคงเที่ยวไม่หมดทุกที่บนดอยเพราะแต่ละที่อยู่ห่างกันเยอะเหมือนกัน
พอแค่นี้ดีกว่า ยิ่งพูดก็ยิ่งอยากไป … ฮึ่ยยย

ซำแคร่

ซำแคร่

ซำแคร่

ครั้งก่อนผมพูดถึง ซำแฮก ไปแล้วคราวนี้มาพูดถึงอีกซำนึงที่คนมักจะพูดถึงบ่อยกันบ้างนะครับก็คือ
ซำแคร่ สำหรับใครที่ลงจากภูกระดึงมาจะเจอซำแคร่เป็นซำแรก แต่ถ้าใครที่เดินขึ้นมาจากด้านล่าง
ก็จะเจอซำนี้เป็นซำสุดท้าย สำหรับคนทั่วไปแล้วซำแคร่นั้นไม่มีอะไรน่าสนใจครับ เป็นซำขนาดเล็กมี
ไว้พักก่อนเดินขึ้นสู่หลังแป แต่ในความคิดผมนะซำแคร่ถือว่าเป็นซำที่สำคัญที่สุดเลย อาจจะมากกว่า
ซำแฮกด้วยซ้ำไป การเดินทางมาถึงซำแคร่นั้นเปรียบเสมือนเป็นเครื่องหมายที่บอกให้เรารู้ว่าหลังจาก
นี้จะไม่เจอทางสบายๆอีกแล้ว เมื่อผ่านซำแคร่ไปแล้วก็จะไม่มีร้านค้าให้เราได้ซื้อของกินอีก ต้องเดิน
จนกว่าจะขึ้นถึงหลังแปถึงจะเจอร้านขายน้ำให้คุณซื้อกิน

ร้านค้า ซำแคร่

ที่ ซำแคร่ จะมีร้านขายของกิน ขายพวกน้ำ และ อาหาร เหมือนกับซำอื่นๆที่เราเดินผ่านมา ช่วงเวลา
ที่ผมเดินขึ้นภูกระดึงผมมักจะแวะมากินข้าวเที่ยงที่ ซำแคร่ ผมเดินขึ้นภูกระดึงตั้งแต่ตอนเช้าจะมาถึง
ซำแคร่ก็ประมาณหลังเที่ยงถึงบ่ายโมงไม่เกินจากนี้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่กำลังหิวเลย ส่วนใหญ่มาถึงก็
สั่งอาหาร นั่งพักแวะหาข้าวกินที่ซำแคร่ แล้วก็ซื้อน้ำคนละขวดสำรองไว้พกติดตัวเวลาเดินขึ้นหลังแป

ธรรมชาติ ซำแคร่

เส้นทางเดินจาก ซำแคร่ ไปจนถึงหลังแป ส่วนใหญ่จะเป็นป่าดิบเขาที่เต็มไปด้วยหินก้อนใหญ่(มาก)
ถ้าคุณมาช่วงหน้าฝนประมาณเดือนตุลาคมก็ระวังก้อนหินลื่นกันด้วยครับ การเดินจะลำบากกว่าปรกติ
เพราะจะมีตะไคร่ขึ้นเกาะบริเวณหิน ถ้าเดินแล้วเหยียบไม่ดีก็จะลื่นเอาง่ายๆเลย(ผมเคยลื่นมาแล้ว)
ธรรมชาติช่วงนี้จะต่างจากช่วงที่เราเดินขึ้นมา จะเจอต้นไม้ต้นใหญ่มากรวมถึงพวกรากไม้ขนาดใหญ่
ความรู้สึกมันเหมือนกับคุณได้เข้าไปอยู่ในป่าเลย ที่สำคัญอากาศไม่ร้อนแต่ทางเดินขึ้นจะชันมากครับ
มีทั้งเดินขึ้นบันไดที่ค่อนข้างชัน รวมถึงต้องเดินบนหินก้อนใหญ่ ส่วนใครที่แบกสัมภาระติดตัวขึ้นมาก็
ลำบากหน่อยนะครับ จากซำแคร่ไปหลังแปถ้าเดินเหนื่อยก็พักซักแป็บไม่มีอะไรมากครับ