แสตมป์เซเว่น

แสตมป์เซเว่น

แสตมป์เซเว่น

แสตมป์เซเว่นมาแล้วนะ ปีนี้เป็นลายหมี Rilakkuma น่ารักดี ปีก่อนเป็นลาย AEC
ผมไม่สนใจเลยทั้งของแลก หรือ สะสม แต่ปีนี้มีของน่าสนใจครับ ผมเห็นมีของแลก
จำพวก กะทะ หม้อชาบู กับ พวกชั้นวางของ แล้วก็เก้าอี้นั่งครับ น่าสนใจเลยทีเดียว
ตัวผมสนใจพวกอุปกรณ์ทำอาหาร ผมว่ามันโอเคนะ ราคาทั่วไปขายที่ 5 – 6 ร้อยบาท
ถ้านับดูจะรู้ครับว่าของแลกที่เซเว่นมันแพงกว่าราคาที่ขายอยู่ตามท้องตลาดเสียอีก
แต่พอมานั่งคิดดูผมเองก็ต้องเข้าเซเว่นเกือบทุกวันอยู่แล้ว มันก็ไม่เสียหายอะไรถ้า
ต้องเสียเงินแพงขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย (ฮา…คิดเข้าข้างตัวเอง) ใจจริงคือผมเอง
อยากได้ครับ พูดแล้วทำให้นึกถึงสมัยวัยเด็กที่ซื้อขนมแล้วแกะซอง เอาแต่สติกเกอร์
มาแปะสมุดแล้วก็สะสม เอาไปแลกของรางวัล โตมาอายุขนาดนี้แล้วก็ยังเลิกไม่ได้ ฮ่าๆ

คิดถึงภูกระดึง

คิดถึงภูกระดึง

คิดถึง ภูกระดึง

วันนี้อยู่ดีๆก็รู้สึกคิดถึง ภูกระดึง ขึ้นมา แถมผมมีเวลาว่างเยอะเลยมานั่งดูภาพที่ไปเที่ยวมา
เมื่อตอนปลายปีที่แล้ว(ปี 57) ครั้งนึงเคยคิดว่าจะเอาทริปที่ไปเที่ยวมารีวิวลงบล็อก แต่สุด
ท้ายก็ล้มเลิกความตั้งใจไป เพราะหลายๆอย่างมันไม่เป็นอย่างที่ใจนึก อุตส่าได้กล้องดีๆ
มาแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่ได้เห็นที่ที่อยากเห็น ไม่ได้ถ่ายสิ่งที่อยากถ่าย แต่เพราะว่ามันเป็น
ทริปที่ไม่สมบูรณ์ซักเท่าไหร่นี่แหละ เลยทำให้ตั้งใจว่าสิ้นปีนี้จะไปตามเก็บภาพบนภูกระดึง
อีกซักครั้ง ผมขึ้นภูกระดึงมาแล้ว 4 ครั้ง ถ้าสิ้นปีนี้ได้ไปอีกก็คงเป็นครั้งที่ 5 อาจดูเหมือน
ว่าผมไปมาเยอะแล้ว แต่เชื่อเถอะว่ามีคนที่ไปเยอะกว่าผมอีกมากมาย หลายๆคนนี่ไปมา
มากกว่า 10 ครั้งนะ แต่พูดไปก็ตลกดีนะบางคนมาแล้วก็ไม่คิดจะกลับมาอีก แต่บางคนก็มา
ที่ภูกระดึงได้ไม่รู้จักเบื่อ สำหรับผมแล้วถึงจะเหนื่อยตอนเดินขึ้นแต่พอขึ้นมาถึงยอดแล้วมัน
กลับให้ความรู้สึกที่พิเศษมาก มันเหมือนกับการได้เอาชนะใจตัวเอง การได้นั่งอยู่บนยอด
ภูกระดึง แล้วก็มองลงมาเบื้องล่าง อารมมันจะรู้สึกโล่งๆ มันเหมือนการเอาชนะอุปสรรคได้

ผาหล่มสัก ภูกระดึง

ในเวลาที่ผมรู้สึกท้อแท้ในชีวิต ตัวผมจะพยายามนึกถึงอารมตอนที่ไปนั่งมองลงมาจากยอด
ภูกระดึง จะนึกถึงตอนที่เดินไปถึงผาหล่มสัก แล้วบอกกับตัวเองว่าระยะทางไกลขนาดนี้แถม
เหนื่อยขนาดนี้เรายังเดินมาได้ แล้วปัญหาเล็กน้อยในชีวิตทำไมเราต้องมาท้อแท้ด้วยในเมื่อ
เหนื่อยกว่านี้ยากกว่านี้เราก็เจอมาแล้ว ผมถือว่าเป็นการมองโลกในแง่ดีอย่างนึงนะ มันทำให้
เรามีกำลังใจมากขึ้นกว่าเดิม การใช้ชีวิตก็เหมือนกับการเดินไปข้างหน้านั้นแหละ บางทีเรา
ก็ไม่รู้หรอกว่าเราจะเจออะไรบ้าง อาจจะเจอเรื่องที่ดีและสมหวัง หรือ เจอเรื่องร้ายก็เป็นได้
เพราะงั้นจงอย่าท้อแท้นะ ทางมีไว้ให้เดินส่วนอุปสรรคมีไว้ให้ฝ่าฟัน ถ้าไม่สู้ไม่ฝ่าออกไปก็ไม่
เจอเส้นทางใหม่ๆในชีวิตหรอก จริงไหม ….

ครึ่งปีผ่านไป

ครึ่งปีผ่านไป

ครึ่งปีนี้ผ่านไปแล้ว แต่ชีวิตก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นซักเท่าไหร่ เป็นอีกปีที่จัดว่า
เงียบเหงา แล้วก็ไร้ซึ่งอนาคตใดๆทั้งสิ้น เป็นปีที่ไม่เห็นความหวังอะไรเลย ทุกอย่างดู
แย่ลงไปทั้งหมด ทั้งเรื่องงาน สุขภาพ ความฝัน เรียกว่าเหมือนมีชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่มี
อะไรให้คาดหวัง ทำได้เพียงแต่คาดหวังว่าครึ่งปีหลังจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้คาดคิด
ว่าชีวิตจะห่วยได้ขนาดนี้ ผมเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันนะ ลองมองย้อนกลับมาในอดีตที่
ผ่านมาคิดว่ามันดีกว่าที่เป็นอยู่ หรือบางทีชีวิตผมอาจจะมาถึงจุดเปลี่ยนแล้วก็เป็นได้

ตัวผมเองใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมมาเกือบ 10 ปีแล้ว ทำให้รู้สึกว่าอยากจะลองกลับไปหา
ธรรมชาติดูบ้าง อยากลองไปทำไร่ ทำสวน ทำนา ไปปลูกต้นไม้ ปลูกผัก อยากไปเจอ
อากาศดีบ้าง ผมเองไม่ได้อยากใช้ชีวิตแบบ slow life นะ แค่อยากออกจากเมืองที่วุ่นวาย
แล้วเดินไปหาความสงบซักหน่อย บางทีการออกจากหน้าจอสี่เหลี่ยมแล้วเดินไปหาต้นไม้
ธรรมชาติซักปีสองปี มันอาจจะทำให้เราคิดอะไรเพิ่มขึ้นมาก็ได้ จริงไหม …