เดินกิ่วแม่ปาน ตอนที่ 1

ไปดอยอินทนนท์ เดินกิ่วแม่ปาน ตอนที่ 1

ผมเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ ในชีวิตของผมถือว่าเป็นการไปเยือนดอยอินทนนท์เป็นครั้งที่ 2
ครั้งแรกสุดคือปี 2555 ครั้งนี้คือครั้งที่ 2 กับการไปเยือนยอดดอยอินทนนท์ ครั้งนี้จะต่าง
จากเมื่อตอนที่ผมมาครั้งแรก เพราะครั้งนี้ผมมีประสบการณ์แล้วว่าจะต้องไปนั่งรถที่ไหน
ต้องทำอะไรยังไงบ้าง พูดง่ายๆว่าเรียนรู้มาจากครั้งแรกที่พลาดไป ผมมาเชียงใหม่ครั้งนี้
เลยต้องพยายามตามเก็บสิ่งที่พลาดไปจากครั้งก่อน ครั้งนี้ผมตั้งใจจะมาเดินที่กิ่วแม่ปาน
เป็นพิเศษ เนื่องจากว่าได้ไปเห็นรีวิวมาจากหลายๆเว็บไซต์ว่าน่าเดินมาก และระยะทาง
ก็ไม่ได้ไกลมาก ประมาณ 3 กิโลเอง ผมเลยกะว่าไม่ว่ายังไงก็ต้องไปให้ได้ที่สำคัญก็คือ
แฟนของผมก็อยากไปเดินเหมือนกัน แฟนผมเป็นคนชอบลุยแล้วก็ชอบเดิน และเมื่อสิ่ง
ที่ต้องการตรงกันการเดินทางเลยเกิดขึ้น

ประตูเชียงใหม่

ผมตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตี 5 รีบเดินทางออกจากที่พักประมาณเกือบๆ 6 โมงเช้า เดินออกมา
โบกรถแดงให้ไปส่งที่คิวรถจอมทอง เสียค่ารถแดงไปคนละ 20 บาท คิวรถไป อ.จอมทอง
สังเกตง่ายครับ จะอยู่ตรงข้ามบริเวณประตูเชียงใหม่ ผมมาถึงคิวรถตั้งแต่พระอาทิตย์ยัง
ไม่ขึ้นจากขอบฟ้า ยังเช้าอยู่อากาศก็เย็นสบาย ที่สำคัญคือช่วงเช้ารถไม่ค่อยเยอะมากครับ
อากาศเย็นดีมาก

คิวรถจอมทอง

ค่ารถจากคิวรถประตูเชียงใหม่ไป อ.จอมทอง ตกคนละประมาณ 40 บาท ก่อนขึ้นรถผม
แนะนำว่าคนที่ไม่เคยมาแล้วกลัวจะหลง ก็ให้บอกกับคนเก็บเงินว่าลงที่หน้าวัดพระธาตุศรี
จอมทองถ้าถึงแล้วให้บอกด้วย จาก อ.เมืองเชียงใหม่ มาที่ อ.จอมทองระยะทางประมาณ
50 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที เมื่อถึงตรงบริเวณหน้าวัด
พระธาตุศรีจอมทองให้เดินมาหน่อย จะมีคิวรถขึ้นดอยอินทนนท์ครับ มีทั้งรถสองแถว กับ
รถตู้เลือกได้ว่าจะไปแบบเหมา หรือไปแบบแชร์

ด่านตรวจ ดอยอินทนนท์

เมื่อรถมาถึงด่านตรวจเราก็ลงมาจ่ายค่าเข้าอุทยานกันก่อนครับ ราคาผู้ใหญ่คนละ 50 บาท
สำหรับเด็ก 20 บาท ไม่รวมของยานพาหนะอีกนะครับ ถ้าเป็นรถกระบะรู้สึกจะจ่าย 80 บาท
จ่ายเสร็จแล้วก็จะได้ใบเป็นหลักฐานเก็บไว้ให้ดีนะครับ เพราะเข้าไปข้างในจะมีด่านตรวจอีก
หลังจากนั้นผมให้รถขับยาวเลยไปที่ยอดสูงสุดเลย ไปรับอากาศเย็นบนยอดซักหน่อย

รถกระบะขึ้นดอย
ขึ้นดอยอินทนนท์

ตัวผมมาครั้งนี้ใช้บริการของรถกระบะแบบเหมา เวลาขึ้นดอยอินทนนท์ผมชอบนั่งท้ายกระบะ
ผมว่าอากาศมันเย็นดีผมชอบนะให้ลมตีหน้าเพราะมันเย็นสะใจดี อีกอย่างคือมันถ่ายภาพได้
สะดวกกว่าในรถตู้ ตัวผมเลือกแบบเหมาเพราะต้องไปเดินกิ่วแม่ปานเป็นหลัก ไม่เน้นเที่ยว
ที่อื่น ออกจากด่านตรวจมาได้ก็ให้ขับขึ้นมาที่ยอดดอยก่อนเลย

ถนนบนดอยอินทนนท์

ระหว่างที่นั่งรถขึ้นมาอากาศก็จะเย็นขึ้นเรื่อยๆครับ จากด่านตรวจแรกอากาศอาจจะแค่เย็นๆ
พอขับขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆ อากาศก็จะหนาวมากขึ้นบางทีอาจจะเจอหมอกจางๆก็เป็นได้ใครที่
แพ้อากาศหนาวผมแนะนำให้พกเสื้อแจ็คเก็ตกันลมติดตัวมาด้วยช่วยได้เยอะเลย

กิ่วแม่ปาน
ระยะทาง กิ่วแม่ปาน

บอกก่อนว่า กิ่วแม่ปานจะอยู่ช่วงระยะกิโลเมตรที่ 42 จากด่านตรวจแรกครับ เรียกว่าถ้าขับรถ
ขึ้นมาอีกไม่กี่กิโลก็จะไปถึงยอดดอยอินทนนท์แล้ว และถ้ามาช่วงเช้าอาจจะหาที่จอดรถลำบาก
นิดหน่อย เพราะตรงนี้เป็นจุดที่คนมาชมพระอาทิตย์ขึ้นกันตอนช่วงเช้ามืด รถจอดกันเพียบแต่
ถ้ามาช่วงสาย 8-9 โมงก็จะไม่ลำบากเท่าไหร่ เพราะคนไม่ค่อยเยอะแล้วครับ

ด้านหน้ากิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปานสูงจากระดับน้ำทะเล 2157 เมตร หากว่าใครสงสัยที่ความสูงระดับนี้อากาศเย็นไหม
ผมตอบได้เลยว่าเย็นแน่นอนครับ โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม – มกราคมเจออุณหภูมิเลขตัว
เดียวแน่ๆ ที่สำคัญอีกอย่างคือแดดจัดมาก สาวคนไหนกลัวแดดก็ทาครีมกันแดดไว้เลย หรือจะ
พกหมวก,ร่มเล็กๆ ติดมือมาด้วยก็ดีนะครับช่วยกันแดดได้ดีมาก

ทางเข้า กิ่วแม่ปาน

ถ้าเจอป้ายนี้ก็แสดงว่าถึงกิ่วแม่ปานแน่นอนแล้วครับ เดินเข้าไปข้างในได้เลย เมื่อเข้ามาแล้ว
อันดับแรกก็ไปลงทะเบียนลงชื่อเพื่อใช้บริการไกด์นำทางท้องถิ่นก่อนเลยครับ ค่าบริการอยู่ที่
ประมาณ 300 บาท จ่ายตอนเดินเสร็จแล้ว กลุ่มนึงไปได้ 3 – 5 คน ถือว่าราคาไม่แพงเลยครับ

คนนำทาง กิ่วแม่ปาน

บริเวณก่อนทางขึ้นกิ่วแม่ปานจะมีบอกไว้ครับว่าเราต้องเตรียมอะไรไปบ้าง สำหรับของจำเป็น
ในการเดินกิ่วแม่ปาน หลักๆเลย ผมสรุปมาให้แล้วครับ
1.หมวก เนื่องจากว่าแดดจัดมาก ยิ่งตอนช่วงที่เดินริมหน้าผาต้องมีหมวกครับ
2.เสื้อแจ็คเก็ตกันลม กันแดด เนื่องจากว่าลมแรงมากครับ และ แดดก็จัดมาก
3.รองเท้าดีๆซักคู่ จะเป็นแบบรัดส้น หรือ หุ้มส้นก็ได้ครับ ถ้าเป็นแตะธรรมดาผมไม่แนะนำนะ
4.น้ำ ถึงจะเดินไม่ไกลมาก แต่ระยะทาง 3 กิโลเมตรมันก็เยอะอยู่นะครับ ผมว่าพกติดตัวไว้ซัก
ขวดก็ดีครับ ตัวผมเองตอนไปเดินก็พกไป 2 ขวดขนาด 1.5 ลิตร ก็กินจนหมดเลย แม้แต่ไกด์
นำทางที่เป็นคนท้องถิ่นก็ยังต้องพกน้ำติดตัวไว้เลยครับ เพราะงั้นพกติดมือไปซักขวดเพื่อความ
สบายใจ
5.กล้อง , ขาตั้งกล้อง ถ้าคุณเป็นคนชอบถ่ายรูปแนะนำว่าให้เอากล้องติดตัวไปด้วยครับ วิวที่นั้น
สวยๆเยอะมาก หรือจะพกแบ็ตสำรองเผื่อไปด้วยก็โอเคเลยครับ ได้ถ่ายได้ใช้แน่ๆ

รถเมล์สายใหม่

รถเมล์สายใหม่

รถเมล์

วันนี้ผมจะมา Update ข่าวของรถเมล์ให้ฟังกันครับ เรื่องของเรื่องเลยก็คือว่า
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ ขสมก.นั้นต้องการปฎิรูป
เปลี่ยนแปลกรถเมล์ใหม่ยกชุดครับ พูดง่ายๆก็คือต้องการให้เป็นสากลมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นทั้งจากการเรียกชื่อสายรถเมล์ให้เป็นภาษาสากลมากขึ้น นั้นรวมถึง
เปลี่ยนระบบเก็บเงิน(ในอนาคต) ตัวผมเองไม่ได้มีปัญหากับการเปลี่ยนแปลงนะ
ยินดีด้วยซ้ำไป แต่ก็เห็นหลายๆคนบ่นเหมือนกัน หลายคนอาจจะงงว่าเปลี่ยนแล้ว
จะเป็นยังไง ผมก็ตอบได้เลยว่าเปลี่ยนแล้วก็ไม่เหมือนเดิมครับ ไม่ว่าจะเป็นเลข
หรือ เส้นทางวิ่งในหลายๆสาย ผมจะลองยกตัวอย่างสายรถเมล์แถวบ้านผมให้ดู
ก็แล้วกัน เช่น

สาย 1 อยู่เขตการเดินรถที่ 4 วิ่งเส้นทาง ถนนตก – ท่าเตียน แต่พอปรับใหม่ก็จะ
ได้เลขสายใหม่เป็นสาย R36 เส้นทางวิ่งก็เปลี่ยนจากสุดที่ถนนตก ไปสุดที่ห้าง
เซ็นทรัลพระราม 3 แทน จะเห็นได้ว่าเปลี่ยนแบบไม่เหลือเค้าเดิมเลย ทั้งเลข
และ เส้นทาง หรืออีกหนึ่งตัวอย่างก็ได้ สาย 77 เดิมวิ่งจาก เซ็นทรัลพระราม 3
มาหมอชิต 2 ก็จะเปลี่ยนเลขสายจาก สาย 77 ไปเป็นสาย R46 หลายคนอาจจะ
งงว่าตัว R มันหมายถึงอะไร ผมอธิบายแบบนี้ครับว่ามันคือตัวแบ่งการเดินรถ
ตัว R คือ RED หมายถึงเขตการเดินรถที่ 3 กับ 4 พูดง่ายๆคือ ขสมก.ปรับเลข
ตามเขตการเดินรถครับ แบ่งเป็น 4 โซนตาม 4 สี

G – เขตการเดินรถที่ 1 – 2 สีเขียว
ย่านรังสิต บางเขน มีนบุรี
R – เขตการเดินรถที่ 3 – 4 สีแดง
ย่านเจริญกรุง คลองเตย สาธุประดิษฐ์
Y – เขตการเดินรถที่ 5 – 6 สีเหลือง
ย่านพระปะแดง พระราม 2 บางแค
B – เขตการเดินรถที่ 7 – 8 สีน้ำเงิน
ย่านนนทบุรี หมอชิต ดินแดง สวนสยาม

ส่วนอักษรต่อท้ายเช่น R17E ตัว E ก็หมายถึง รถขึ้นทางด่วนครับ อย่างงนะครับ
ใครที่เคยขึ้นรถเมล์บ่อยๆหรือขึ้นเป็นประจำอาจจะต้องปรับตัวกันนานหน่อยครับ
เพราะต้องจำเลขสายใหม่หมด รวมถึงเส้นทางที่รถจะไปถึงด้วย บางสายวิ่งสั้นลง
บางสายวิ่งเส้นทางใหม่ อนาคตอาจจะต้องต้องเปิดมือถือก่อนขึ้นรถเพื่อดูเส้นทาง
ที่รถวิ่งก็เป็นได้ครับ

ไทยแชมป์บอลซีเกมส์ 2017

ไทยแชมป์บอลซีเกมส์ 2017

วิพากษ์บอลไทย

เป็นอีกครั้งนึงที่บอลไทยได้แชมป์บอลชายซีเกมส์นอกบ้านไปแบบหืดจับ และถึงแม้ว่าจะ
ไม่ได้เล่นด้วยรูปเกมที่สวยงามแต่ก็ประสิทธิภาพสูงมากนะ ไม่เสียประตู Open Play
เลยซักลูกเดียว โดนยิงไป 1 ลูกแต่เป็นจุดโทษกับตอนเล่นกับอินโด ตัวผมเองก็ดูทีมไทย
ชุดนี้แล้วผมว่าก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเลยนะ กองหลังใช้ได้เลยแน่นมาก ยืนตำแหน่งกันดี
ที่จะแย่หน่อยก็คือกองหน้า แต่อาจจะเพราะเล่นลูกโด่ง เน้นโยนยาวเยอะไปรึป่าวก็ไม่รู้นะ
กองหน้าเลยใช้โอกาสเปลืองไปหน่อย โดยเฉพาะหน้าเป้าแบบเจนรบ ที่มีโอกาสเยอะแต่
ก็ทำไม่ค่อยจะได้ แต่ถึงจะอย่างนั้นก็ยังยิงรวมกันได้ถึง 14 ประตูนะ ถ้าดูจากสถิติแล้วทีม
ชุดนี้ไม่ได้แย่อะไรเลย แถมรอบชิงก็ยังต้องเล่นต่อหน้าเจ้าบ้านใน Shah Alam อีกกว่า
80,000 คน แค่เสียงเชียร์ก็น่าขนลุกแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกน้องๆทีมชาติทุกคนว่า
หัวใจของพวกนายแข็งแกร่งมากนะ การเล่นต่อหน้าคน 80,000 คน แต่ยังควบคุมอารม
ควบคุมสติได้ดีขนาดนี้ ไม่มีเล่นนอกเกมส์ก็ถือว่าเยี่ยมยอดแล้ว การได้แชมป์ก็ยิ่งถือว่า
ประสบความสำเร็จยิ่งกว่า ถึงจะถ้วยเล็กเป็นแค่แชมป์ซีเกมส์ แต่มันก็ได้แจ้งเกิดนักเตะ
หลายๆคนเลยนะทั้ง ศศลักษณ์ , นนท์ ม่วงงาม และอีกหลายๆคน การให้โอกาสเด็กสำคัญ
พอๆกับการได้แชมป์ ถึงจะมีอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุงแต่นั้นก็เป็นเรื่องของอนาคต
สำคัญตอนนี้ก็คือเราทำได้ และทำได้อีก 1 สมัย ดีใจกับทีมชาติไทยด้วยครับ